บีดอัดข้อมูลด้วย ZipGenius

ZipGenius Standard Edition ฟรีแวร์สำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการโปรแกรมสำหรับการบีดอัดไฟล์ข้อมูลชนิดต่างๆ ให้มีขนาดเล็กลงเพื่อความสะดวกและความรวดเร็วในการรับส่งข้อมูลผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยฟรีแวร์ตัวนี้ทางผู้พัฒนาได้เปิดให้ผู้สนใจดาวโหลดมาติดตั้งและใช้งานกันได้แบบฟรีๆ โดยไม่มีเงื่อนไขครับ สนใจสามารถดาวโหลดได้ฟรีครับ
ดาวโหลด ZipGenius Standard Edition
ขนาดไฟล์ 8.62MB
รองรับ Windows 98/Me/2000/XP/2003/Vista/Server 2008/7/NT
ความนิยม ระดับ 5 ดาว
สำรวจหน้าตาใช้งานหรืออินเตอร์เฟชของโปรแกรมหลังติดตั้งแล้ว เมื่อเปิดขึ้นมาจะพบหน้าตาและเมนูการใช้งานตามภาพประกอบด้านบน เมนูคำสั่งที่ใช้งานประจำ และจะขอแนะนำก็คือ ปุ่มเมนู Add ใช้สำหรับการเพิ่มไฟล์ที่ต้องการบีบอัดเข้ามาในโปรแกรม เพื่อตั้งค่าและบีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็กตามต้องการของเรา ส่วนอีกปุ่มคำสั่งที่ต้องใช้งานเป็นประจำก็คือปุ่ม Extract สำหรับการแตกไฟล์หรือการยกเลิกการบีบอัดไฟล์ที่เราดาวโหลดมาจากอินเตอร์เน็ต หรือเพื่อนๆ ส่งมาทางอีเมล์ เป็นต้น โดยการคลายไฟล์ก็ไม่ยากครับ จะมี Wizard หรือไกด์นำไปตามขั้นตอนจนแล้วเสร็จ 

ZipGenius has all the functions of a typical compression utility plus a ton of extra features. It not only zips and unzips but also offers support for 21 compression and encoding and decoding formats, ZIP encryption and decryption, Pocket PC support via ActiveSync, drag-and-drop support, integration in the Windows shell, the ability to send archives via e-mail, and Web publishing of archives and files via FTP and TWAIN devices. The Standard Edition doesn't include FTPGenius (the FTP client). You can download it as an add-on, or you can get it in the Suite Edition package.

การเรียกใช้งานแม่แบบอัตโนมัติ PowerPoint 2003

การสร้างงานนำเสนอด้วย PowerPoint 2003 จัดเป็นวิธีการที่สะดวก รวดเร็ว และสวยงาม ได้อย่างง่าย ๆด้วยการเรียกใช้งานแม่แบบอัตโนมัติ หรือ Template ขึ้นมาใช้งานกับสไลด์หรืองานนำเสนอของเรา ให้ดูดี และมีความสวยงาม คล้ายกับมือโปรจัดทำ ได้โดยการทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ครับ
1 ให้เราเปิดงานนำเสนอของเราที่ต้องการ เรียกใช้งานแม่แบบอัตโนมัติขึ้นมา
2 ให้เราคลิกที่ปุ่มลูกศรเล็ก ๆ ของบานหน้าต่างงาน จากนั้นให้เราเลื่อนไปที่ การออกแบบภาพนิ่ง (ดูภาพประกอบ) และคลิก 1 ครั้ง

3 จะแสดงภาพตัวอย่างของแม่แบบ ที่ทางโปรแกรมได้จัดเตรียมไว้ให้เราเลือกใช้งาน ซึ่งข้อดีของการเลือกใช้งานแม่แบบ ก็เหมาะสำหรับการสร้างงานนำเสนอแบบสวยงามอย่างรวดเร็ว ทั้งภาพพื้นหลัง ขนาดและสีสันของข้อความทั้งชื่อเรื่องหลัก และชื่อเรื่องรอง การเรียกใช้านก็สามารถนำเม้าส์ไปคลิกที่รูปภาพของแม่แบบ ที่เราต้องการจะแสดง options หรือทางเลือกของการใช้งานแม่แบบขึ้นมาให้เราเลือกใช้งาน เป็น นำไปใช้กับทุกภาพนิ่งของเรา หรือ นำไปใช้กับภาพนิ่งหรือสไลด์ที่เราเลือกเท่านั้น

4 สไลด์งานนำเสนอของเรา จะถูกเปลี่ยนให้มีรูปแบบและสีสันตามแม่แบบ ที่เราเลือกใช้งาน เพียงเท่านี้เราก็จะได้งานนำเสนอที่ดูดี สวยงามตามภาพประกอบด้านล่าง อย่าลืมคลิก save เพื่อบันทึกผลงานของเราไว้นำเสนอต่อไป

Tips การสร้างงานนำเสนอด้วย PowerPoint ใน 1 งาน ไม่จำกัดว่าจะเลือกใช้งานแม่แบบที่แตกต่างกี่แบบ 2 -3 แบบ ต่องานก็สามารถนำมาใช้งานได้ครับ ขึ้นกับความต้องการของเราเป็นหลัก แต่มีข้อพิจารณาการจัดทำงานนำเสนอที่เป็นระเบียบและง่ายต่อการนำเสนอ ใน 1 เรื่องหรือ 1 ไฟล์ควรจะใช้งานแม่แบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อความง่ายในการบริหารและจัดการครับ
Tips 2 จำเป็นต้องเรียกใช้งานแม่แบบกับงานนำเสนอของเราทุกครั้งหรือไม่ อันนี้ไม่จำเป็นครับ หากเรามีเวลา และมีความรู้ความสามารถ เราก็สามารถที่จะออกแบบ ตกแต่งใส่สี ตีกรอบ งานนำเสนอของเราได้ตามต้องการครับ

วิธีเลือกใช้งานเค้าโครงภาพนิ่ง PowerPoint 2003

เริ่มต้นสร้างงานนำเสนอด้วย PowerPoint บางครั้งที่ผมเคยเห็นมือใหม่หรือผู้เริ่มต้นใช้งาน PowerPoint ในการสร้างงานนำเสนอบ่อยๆ ก็คือ การสร้างกล่องข้อความเองทั้งในส่วนของ หัวข้อหลัก และหัวข้อย่อย ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยากและล่าช้าต่อการทำงาน สำหรับทิปการสร้างงานนำเสนอด้วย PowerPoint ในวันนี้ผมจะขอนำเสนอการใช้งาน เค้าโครงอัตโมัติ ที่ทางโปรแกรม PowerPoint ได้จัดเตรียมไว้ให้เราสามารถเลือกใช้งานได้ตามความต้องการของเราสะดวกและรวดเร็ว โดยสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ครับ
1 ให้เราเปิดโปรแกรม PowerPoint ขึ้นมา
2 คลิกที่ปุ่มลูกศรเล็ก ๆ ของบานหน้าต่างงาน จากนั้นให้เราเลื่อนไปที่ เค้าโครงภาพนิ่ง และคลิก 1 ครั้ง

3 จะแสดงรายการของ เค้าโครงภาพนิ่ง ในลักษณะของภาพย่อขนาดเล็กๆ หรือเรียกว่า Thumbnail ขึ้นมาให้เราเลือกใช้งานประกอบไปด้วย

  • ชื่อเรื่องและข้อความ
  • ชื่อเรื่องและสองหัวข้อย่อยแบ่งเป็นสองส่วน
  • ชื่อเรื่องและภาพประกอบ
  • ชื่อเรื่องและแทรกแผนผังองค์กร
  • ชื่อเรื่องและกราฟ
  • ภาพนิ่งเปล่า

4 สำหรับทิปในวันนี้ ผมจะขอให้เลือกใช้งานเค้าโครงแบบ ชื่อเรื่องและข้อความ ให้เรานำเม้าส์ไปคลิกเลือก 1 ครั้ง ก็จะได้เค้าโครงของภาพนำเสนอหรือสไลด์ที่พร้อมให้เราใช้งานได้แล้วครับ

5 ขั้นตอนต่อไปให้เราใช้เม้าส์คลิกลงไปในส่วนของหัวข้อหลักและพิมพ์ข้อความตามต้องการเข้าไป จากนั้นก็ตามด้วยหัวข้อย่อยตามตัวอย่างจนแล้วเสร็จ

6 คลิกปุ่ม save เพื่อบันทึกผลงานของเราไปใช้ในการนำเสนอ หรือเพื่อการปรับปรุงแก้ไขให้สวยงามต่อไป

การตั้งค่าการ boot จากแผ่น CD/DVD

โดปกติแล้ว หากเราต้องการติดตั้งวินโดว์ใหม่ หรือ แก้ไขปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์ หรือการกู้คืนรหัสผ่านโดยใช้งานแผ่น CD/DVD boot ที่เราสร้างขึ้นมา ผู้ใช้งานจำเป็นจะต้องรู้วิธีการเข้าไปกำหนดหรือตั้งค่าลำดับขั้นตอนการอ่านหรือ boot เครื่อง ผ่านระบบจัดการที่เรียกว่า CMOS หรือ Bios กันก่อน จึงจะสามารถทำงานตามต้องการของเราต่อไปได้ โดยการเข้าสู่การตั้งค่า BIOS ของแต่ละเครื่องก็จะแตกต่างกันไป โดยระหว่างการ boot เครื่อง ถ้าเราสังเกตุให้ทันจะแสดงข้อความแจ้งเราว่าให้กด หรือ Press แป้นหรือปุ่มใดๆ บนคีย์บอร์ดเพื่อเข้าสู่การตั้งค่า BIOS นะครับ ปกติก็จะมีปุ่ม ลบ Del และปุ่ม F2 เพื่อเข้าสู่การตั้งค่า BIOS กันครับ
1 สำรวจหน้าตาและเมนูการใช้งานของ Bios ซึ่งจะมีเมนหลักๆ ด้านบน ให้ผู้ใช้งานใช้ปุ่มลูกศร ซ้าย ขวา ในการเลื่อนไป กลับ ระหว่างเมนู และด้านล่างของหน้าตาจะมีคำอธิบายการใช้งานเมนู เช่น การเปลี่ยนแปลงค่าการใช้งาน ให้ใช้ปุ่ม -/+ หรือ การกดปุ่ม F9 เป็นการเรียกคืนค่าที่ตั้งมาจากโรงงานผู้ผลิต เป็นต้น

2 เนื่องจากเราต้องการกำหนดค่าการ boot จากแผ่น CD/DVD จึงให้เราใช้แป้นหัวลูกศร ซ้าย ขวา เลื่อนมายังตำแหน่งเมนู Boot เราจะเห็นค่าปกติที่กำหนดไว้ตามภาพ คือบนสุดเป็นอุปกรณ์พวก Remove able Device ที่สามารถถอดเข้าออกได้ ตามมาด้วยอันที่สองคือ Hard drive หรือ Drive C ของเรานั้นเอง และอันดับที่สามคือ CD-ROM Drive ที่เราต้องการให้อ่านหรือเรียงลำดับใหม่เป็นลำดับที่หนึ่ง นั้นเอง

3 การเปลี่ยนค่าลำดับของการ boot ให้เราใช้แป้น -/+ ในการเลื่อนตำแหน่งของ CD-ROM Drive ให้ขึ้นไปอยู่ลำดับแรกสุด ตามภาพประกอบนะครับ

4 การบันทึกการเปลี่ยนแปลงและการออกจากการตั้งค่า ให้เราเลื่อนไปที่เมนู Exit และเลื่อนมาที่คำสั่ง Exit Saving Change เป็นการออกจาก BIOS และบันทึกหรือ Save ค่าที่เราเปลี่ยนแปลง

5 ยืนยันการเปลี่นแปลงของเราอีกครั้งด้วย การตอบ YES (คลิกแป้น Enter)

ุ6 ต่อไปเมื่อเรานำแผ่น CD/DVD ที่สามารถ boot จากแผ่นได้ เพื่อการลงวินโดว์ใหม่ การแก้ไขปัญหาไวรัส หรือการกู้คืนรหัสผ่าน ก็สามารถทำได้โดยการใส่แผ่น CD/DVD เข้าไปในเครื่องอ่านให้เรียบร้อย หลังจากนั้น BIOS ก็จะอ่านข้อมูลจากแผ่น CD/DVD ของเราก่อนเป็นอันดับแรกสุดตามที่เรากำหนดไว้ โดยจะแสดงข้อความว่า Press any key to boot from CD... ให้เรากดแป้นใดๆ ของคีย์บอร์ดเพื่อเข้าสู่การ boot จากแผ่น CD หรือ DVD ของเราต่อไปครับ

ขั้นตอนการเขียนแผ่น ISO

การเขียนแผ่น ISO image file ลงแผ่น CD หรือ DVD จะแตกต่างจากการเขียนแผ่นข้อมูลโดยทั่วไป ผู้ใช้งานจำเป็นจะต้อง เลือก "burn image" หรือ "write image" ในโปรแกรมเขียนแผ่น CD หรือ DVD ของเรา

สำหรับบทความนี้จะเป็นการแนะนำขั้นตอนของการเขียนไฟล์ ISO image ลงแผ่น CD/DVD แบบเป็นขั้นตอน โดยใช้ฟรีแวร์ที่สามารถดาวโหลดมาใช้งานได้ฟรีๆ อย่าง Free Easy CD DVD Burner แม้ว่าจะเป็นของฟรีแต่ระหว่างการติดตั้งโปรแกรมจะถามความสมัครใจของเรา ว่าจะติดตั้งโปรแกรมอื่นๆ เพิ่มเติมไหม ให้เราปฏิเสธได้ ถ้าเราไม่ชอบ โดยโปรแกรม Free Easy CD DVD Burner รองรับ Windows 7, Vista, XP, และ 2000.
ก่อนเริ่มต้นให้เราดาวโหลด Free Easy CD DVD Burner มาติดตั้งให้เรียบร้อย จากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
1 ใส่แผ่น CD หรือ DVD เปล่า เข้าไปในเครื่อง

2 เปิดโปรแกรม Free Easy CD DVD Burner ขึ้นมา

3 คลิกที่ Copy CD/DVDบนแถบเมนู tool bar ด้านบนของ window

4 ภายใต้เมนู Action menu ด้านซ้ายมือ, คลิก Burn an image file

5 เมื่อเลือก image file ที่เราต้องการบันทึกเปิดขึ้น ให้เราเข้าไปเลือกไฟล์ที่เราต้องการเขียนหรือ burn เข้ามาในโปรแกรม ด้วยการคลิกปุ่ม Open.

6 จะแสดง dialog box ถามว่า "Do you want to burn [your chosen ISO file]?".

ให้เราคลิก OK เพื่อยืนยัน

จากนั้นกระบวนการทำงานจะเริ่มขึ้น เวลาที่ใช้ในการทำงานขึ้นอยู่กับขนาดของไฟล์ ความเร็วของเครื่องอ่าน CD/DVD และความเร็วของคอมพิวเตอร์ในการประมวลผล ปกติจะใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก็จะเรียบร้อยครับ

เมื่อการ burn สำเร็จ แผ่น CD หรือ DVD จะถูกดีดออกมาเองโดยอัตโนมัติ จากนั้นเราก็สามารถนำแผ่น CD หรือ DVD ไปใช้งานตามวัตถุประสงค์ของเราต่อไป

ปิดเครื่องอัตโนมัติ

การปล่อยให้คอมพิวเตอร์ของเราทำงานอยู่ตลอดเวลา ถือว่าเป็นสิ่งไม่ดีต่อเครื่องและบิลค่าไฟเช่นกัน บางคั้งเราอาจจะไม่ต้องการนั่งอยู่กับที่อคอยการดาวโหลดข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตจนแล้วเสร็จ แต่เราก็ไม่ต้องการที่จะปิดเครื่องก่อนดาวโหลดเสร็จสิ้น ดังนั้นระบบตั้งเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติหรือ Auto Shutdown - InBasic ซึ่งเป็นส่วนขยายของ โปรแกรมท่องเน็ตอย่าง Firefox ซึ่งจะทำให้เราสามารถตั้งค่าการิดเครื่องอัตโนมัติเมื่อการดาวโหลดข้อมูลเสร็จสิ้น

การติดตั้งส่วนขยายหรือว่า add-on ของ Firefox สามารถติดตั้งได้ง่ายๆ และหลังจากเรา restart โปรแกรม Firefox แล้ว จะปรากฏปุ่มไอคอนเ็ล็กๆ ในแถบแสดงสถานะหรือว่า status bar. ซึ่งหากระบบ Auto Shutdown ถูกสั่งใชงานหรือ enabled, เราจะพบว่า icon เปลี่ยนเป็นสีแดง และหากไม่สั่งใช้งานจะเป็นสีเทา การสั่งใช้งานหรือปิดการใช้งานสามารถทำได้โดยง่ายๆ โดยการคลิกที่ปุ่ม เมื่อระบบปิดเครื่องอัตโนมัติถูกกำหนดให้เป็น enabled, ระบบก็จะทำตามกำหนดที่เราต้องการทันที หลังการดาวโหลดเสร็จสิ้นแล้ว จะมีหน้าต่าง warning dialog แสดงขึ้นมา หลังจากนั้นระบบก็จะปิดเครื่องให้เราโดยอัตโนมัติต่อไป ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าเวลาที่ต้องการให้แจ้งเตือนการปิดเครื่องอัตโมัติตามต้องการ นอกจากนั้นโปรแกรมยังมีความสามารถอื่นๆ เช่นการตั้งค่าให้เครื่องเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานหรือ hibernate หรือ restart คอมพิวเตอร์ใหม่แทนการปิดเครื่อง ก็สามารถทำได้เช่นกัน
โดยสรุปแล้ว Auto Shutdown เป็นฟรีแวร์ที่ง่ายต่อการใช้งาน และเป็นส่วนขยายความสามารถของ Firefox Built-in Download Manager
ดาวโหลด Auto Shutdown - InBasic 3.6.2D
ขนาดไฟล์ 140.65K
รองรับ Windows XP/Vista
หลังติดตั้งโปรแกรมแล้ว ผู้ใช้งานจะได้ icon เล็กๆ บริเวณแถบแสดงสถานะของโปรแกรม เมื่อนำเมาส์ไปคลิกเพื่อกำหนดค่าการปิดเครื่องอัตโนมัติตามต้องการของเราต่อไปครับ 

This extension help you to add this feature to Firefox Built-in Download Manager. This extension add icon to status bar and Download Manager Window so by click on status icon or check in download manager you can be sure that your PC will be shutdown after all downloads finished or failed.

driver คืออะไร

คำนิยาม: driver โปรแกรมคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการประสานหรือติดต่อระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของเรา เข้ากับระบบปฏิบัติการ OS Windows หรือ Linux ยกตัวอย่างเช่น หากเราพึ่งซื้อเครื่องพรินเตอร์มาใหม่จำนวน 1 เครื่อง ซึ่งจะมาพร้อมสาย USB ในการเชื่อมต่อและแผ่น CD DRIVER ของเครื่องพิมพ์รุ่นนั้น ซึ่งเราจำเป็นต้องทำตามคำแนะนำในการติดตั้ง ด้วยการใส่แผ่น CD DRIVER ที่มาพร้อมกับเครื่องพรินเตอร์นั้น เพื่อทำการติดตั้ง Driver ของเครื่องพิมพ์เครื่องนั้นลงในวินโดว์ของเรา ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมต่อหรือว่าทำให้คอมพิวเตอร์ของเรารู้จักอุปกรณ์พรินเตอร์ที่นำมาเชื่อมต่อนั้นเอง จึงจะทำให้เราสามารถใช้งานเครื่องพิมพ์ได้อย่างถูกต้องต่อไป เช่นเดียวกันกับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ เช่น Sound card drivers หรือไดร์ฟเวอร์ของการ์ดเสียง ก็จำเป็นจะต้องมีตัว driver software ติดตั้งให้วินโดว์รู้จักอุปกรณ์เช่นกันจึงจะสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อื่นๆ เช่น การ์ดจอ video cards, keyboards, monitors, และอื่นๆ

ระบบจัดการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และ Driver ของวินโดว์เป็นระบบแบบรวมการ ผู้ใช้งานวินโดว์สามารถเข้าถึงเพื่อตรวจสอบ จัดการ และอัพเดท ได้ที่ Device Manager
วิธีการเข้าถึง Device Manger จากคำสั่งใน Control Panel
คลิกที่ Start จากนั้นไปที่ Control Panel.

คลิกที่ลิงค์ Performance and Maintenance

บันทึก : ถ้าเรากำลังดูมุมมองแบบ Classic View คุณจะไม่เห็นลิงค์คำสั่งนี้ ให้คลิกที่ปุ่ม System icon และข้ามไปขั้นตอนที่ 4 ได้เลย

ในแถบของ Performance and Maintenance window, คลิก System icon
ในช่องของ System Properties window, คลิกที่ Hardware tab.

จากนั้นคลิกที่ Device Manager button.

ตอนนี้จะแสดงรายการ Device Manager เพื่อให้เราสามารถ update device drivers, หรือดูระบบ system resources