ปัจจุบันกระแสของมือถือ smartphone นับว่ามาแรงแบบหยุดไม่อยู่จริงๆ หลายค่าย หลายเจ้าต่างก็แข่งขันกันแบบสุดแหลก ตั้งแต่ขั้นสูงอย่าง iphone,suamsung galazy ,Nokia,HTC และอื่นๆ อีกหลายรายที่ไม่ได้เอยถึง แบนด์ล่างๆ กลางๆ เช่น imobile มีหมด ทั้งลดแลก แจกแถม ต่อโปร โทรฟรี เน็ตฟรี
สำหรีบบทความในวันนี้เรามาลองศึกษาหรือพิจารณาถึงปัจจัยสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อหาเจ้ามือถือ smartphone สำหรับตัวคุณเองหรือสำหรับเด็กๆ ของคุณกันครับ
1 งบประมาณ : อย่างที่บอกครับ มี smartphone หลายรุ่นหลายยี่ห้อ หลายสเปกจริงๆ ขอยกตัวอย่างประกอบ เช่น Acer liquiz Z3 ราคาเพียง 2590 บาท ที่สามารถทำอะไรได้เช่นเดียวกับ iPhone 6s ซึ่งมีราคาสูงเกิน 2 หมื่อบาทขึ้นไป แต่แน่นอนว่าจะเทียบกันให้ดีเท่ากันเลยคงเป็นไปไม่ได้ในราคาที่แตกต่างกันขนาดนั้น แต่เอาเป็นว่าในขั้นที่ยอมรับได้ เล่นเน็ต เล่นเกมส์ โหลดหนัง โหลดแอพ เล่นเฟส ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ ทำได้หมด เช่นกัน
2 ค่าบริการรายเดือน คิดใshดีว่าจะจ่ายแบบแพกเกจรายเดือน กับทางค่ายมือถือ AIS,DTAC,TRUE ในราคาเท่าไหร่ เช่น 500 บาทต่อเดือน สามารถโทรได้กี่นาที เล่นเน็ตได้กี่ชั่วโมง หรือเล่นได้ไม่จำกัด เป็นต้น หรือจะใช้บริการแบบเติมเงิน เช่น 12call ของ AIS ก็เป็นอีกทางเลือกที่ต้องพิจารณา แบบซื้อบัตรเติมเงินตามงบประมาณหรือความต้องการของเราเอง
3 ระบบปฏิบัติการ : หลักๆ เลยมีให้เลือก 4 ตัว คือ
iOS พวก iPhone ใครมีถือว่าเริด หรู ราคาสูง สเปกสูง ใช้งานง่าย โหลดแอพ จากอินเตอร์เน็ตได้ง่าย แอพมีทั้งฟรีและเสียเงิน
Android เช่น ซัมซุง กาแลกซี่ และอื่น เป็น OS แบบเปิดพัฒนาโดยกูเกิล สามารถใช้กับ Smart phone ส่วนมากได้หมด ได้รับความนิยมสูง ง่ายต่อการใช้งาน การเล่นเน็ต โหลดแอพจากเน็ตมีทั้งแบบฟรีจำนวนมาก และเสียงิน
Windows Phone ของ ไมโคร์ซอร์ฟ สำหรับคนที่ชอบใช้งานคอมพิวเตอร์แบบวินโดว์ ก็เป็นการย่อมาลงไว้ในมือถือ ประมาณนั้น
และ Blackberry : สำหรับคนที่ชอบการ Chat เป็นหลัก อย่างอื่นๆก็ทำได้เช่นกัน แต่ไม่เน้นมาก
รูปแบบของ Keyboard มีสองแบบคือแป้นคีย์บอร์ดจริงๆ กับแป้นคีย์บอร์ดจำลองในหน้าจอ สำหรับแป้นคีย์บอร์ดจริงๆ เช่นของ Blackberry หรือ smartphone ที่มีแป้นพิมพ์แบบพับได้หนือสไลด์ออกมาใช้งาน
ขนาดของมือถือ บางคนชอบขนาดกะทัดรัด แบบว่าใส่ในกระเป๋าเสื้อได้ แต่บางคนชอบหน้าจอใหญ่ ดูสบายตาเวลาดูคลิปหรือท่องเน็ต
พรีวิว ACER Aspire E5-411-P8XJ
สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน ที่มีงบประมาณจำกัดประมาณ ราคา เพียง 10990 บาท ซึ่งท่านจะได้สเปกคอมพิวเตอร์โน้ตบุ้กสำหรับการทำงาน หรือการใช้งานทั่วไป ดังนี้ ครับ
หน่วยประมวลผลหรือ ความเร็วในการคำนวณ Intel Pentium quad-core N3540 ความเร็ว 2.16GHz
การแสดงผล Display Graphics : Intel HD Graphics/Share แบบแชร์แรม
หน่วยความจำ RAM 4 GB
พื้นที่เก็บข้อมูล HDD 500 GB
ระบบปฏิบัติการ : Windows 8.1 Single Language (ราคา 3,290 บาท)
"Windows 8 ลงในคอมพิวเตอร์ให้กับลูกค้าในประเทศเป้าหมายได้ในราคาที่ถูก อย่างในบ้านเรา ส่วนมากก็จะใส่ Language Pack ภาษาอังกฤษกับไทยมาให้เราเลือกตอนเปิดเครื่องครับ"
หน่วยประมวลผลหรือ ความเร็วในการคำนวณ Intel Pentium quad-core N3540 ความเร็ว 2.16GHz
การแสดงผล Display Graphics : Intel HD Graphics/Share แบบแชร์แรม
หน่วยความจำ RAM 4 GB
พื้นที่เก็บข้อมูล HDD 500 GB
ระบบปฏิบัติการ : Windows 8.1 Single Language (ราคา 3,290 บาท)
"Windows 8 ลงในคอมพิวเตอร์ให้กับลูกค้าในประเทศเป้าหมายได้ในราคาที่ถูก อย่างในบ้านเรา ส่วนมากก็จะใส่ Language Pack ภาษาอังกฤษกับไทยมาให้เราเลือกตอนเปิดเครื่องครับ"
อื่นๆ ของเครื่อง
น้ำหนัก 2.10 Kg
รับประกัน 1 ปี
กล้องเวบแคม
พอรต์ HDMI
ข้อสังเกต ด้วยราคา ที่ถูก Acer แข่งขันกับยี่ห้ออื่นๆ ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการให้ CPU อินเทล เพนเที่ยม ความเร็ว 2.16 Ghz
ซึ่งความเร็วระดับนี้ รองรับการใช้งานทั่วไป ทั้งด้านสำนักงาน MS Office และงานด้านความบันเทิง ทั่วไป เช่น ท่องอินเตอร์เน็ต และเล่นเกมส์ เบาๆ
จุดน่าสนใจ มาพร้อม OS วินโดว์ 8 แบบ ไลเซ็นต์ แท้ ทำให้สะดวกใจในการใช้งาน รองรับแอพพลิเคชั่น และเกมส์ใหม่ๆ ของ Windows ไม่ต้องกังวลเรื่องของการละเมิดลิขสิทธฺ สามารถ Update โปรแกรมและการรักษาความปลอดภัย Security ได้ตลอดเวลา
จุดคุ้นทุน สำหรับ นักเรียนหรือผู้มีงบจำกัด มองหา Notebook เริ่มต้นใช้งานสักตัว ในราคาที่ไม่รบกวนพ่อแม่หรือผู้ปกครองมากนัก จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
สามารถหาซื้อได้ที่ไหน : ร้าน IT CITY,JIB,ADVICE ,BANANA และร้านจำหน่ายสินค้า IT ใกล้บ้าน ทั่วไป
จุดด้อย
ใช้การ์ดจอแบบแชร์แรม Share Ram display ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อการเล่นเกมส์ 3D แบบหนักๆ หรือการแสดงผลภาพกราฟฟิก ความละเอียดสูงๆ
ราคาวินโดว์ของแท้
สำหรับคนหรือองค์กร ที่สนใจระบบปฏิบัติการ Operating System โอเอส ของแท้ เพื่อนำมาใช้งานกับคอมพิวเตอร์ เพื่อประกันการใช้งาน ด้านการรักษาความปลอดภัย และการสนับสนุนของ Microsoft
ได้แก่
การ Update การรักษาความปลอดภัย แอนตี้ไวรัส สปายแวร์
การอัพเดท patch หรือ อุดช่องโหว่การทำงานหรือการรักษาความปลอดภัย ผ่านการ Update
แน่นอนว่า ใครที่ใช้วินโดว์ของแท้ ก็สามารถเชื่อมต่อออนไลน์ และวิ่งเข้าไปที่ศูนย์กลางอัพเดทและแก้ไขปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ทันที ตลอดเวลา ซึ่งพวกแผ่นปลอมหรือ ไม่ใช้ของแท้ ไม่สามารถทำได้
ลองมาไล่เรียงราคาวินโดว์ของแท้ จากร้านค้าชั้นนำทั่วไป ที่หาซื้อได้จากแบบออนไลน์ หรือ ไปเดินที่ห้างเลย เช่นของ JIB,Advice ,Banana เป็นต้น
SOFTWARE MS-WINDOWS 10 HOME 32/64 BIT ENG (FPP) ราคา 4,590 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS 10 HOME 64 BIT ENG (KW9-00139) OEM ราคา 4,090 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS 10 PRO 32/64 BIT ENG (FPP) FPP ราคา 7,790 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS 10 PRO 64 BIT ENG (FQC-08929) OEM ราคา 5,790 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS 8.1 PRO 32 BIT (FQC-06987) OEM ราคา 5,290 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS SL 8.1 32 BIT ENG (4HR-00220) OEM ราคา 3,290 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS SL 8.1 64 ENG OEM ราคา 3,290 บาท
Windows 7 Pro 32 Bit ENG OEM (FQC-08279) ราคา 5400 บาท
ลักษณะ
OEM License (ลิขสิทธิ์) เป็น Windows ที่ขายผูกกับเครื่องย้ายเครื่องไม่ได้ คอมเสีย Windows เสียด้วย
ซอฟต์แวร์แบบกล่องจำหน่ายปลีก (Full Package Product - FPP) เครื่องเสีย สามารถนำไปลงกับเครื่องใหม่ได้ จึงมีราคาแพงกว่าแบบ OEM
ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งาน ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย คือ การซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดว์แท้ เลย ซึ่งจะมีราคาประหยัดหรือถูกกว่าซื้อแยกภายหลังอยู่มากพอสมควร ครับ หลักพันบาทนิดๆ ครับ ขึ้นอยู่กับรุ่นและเวอร์ชั่นของตัวโปรแกรมด้วย
บทสรุป
แบบ OEM ราคาถูก ยิ่งซื้อพร้อมเครื่องใหม่เลย ยิ่งถูกและคุ้มค่า แต่ระยะยาวๆ 4-5 ปีไป เครื่องเก่า ชำรุด พัง โปรแกรมแบบ OEM ก็จะไปพร้อมเครื่องเช่นกัน ไม่สามารถเอาไปลงใช้งานได้ใหม่กับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ที่เรามี
แบบ FPP จะเป็นแบบชุดเต็ม Full ราคาจะแพงกว่าแบบ OEM อยู่มากพอสมควร เพราะสามารถลงใช้งานกับคอมเครื่องใหม่ได้ กรณีเครื่องเดิมชำรุด หรือ เสื่อมสภาพการใช้งาน ส่วนวิธีการตรวจสอบและ Check ของไมโครซอร์ฟ เอาเป็นว่า ก็คงมีเทคนิคทางการทำอยู่แล้ว
ได้แก่
การ Update การรักษาความปลอดภัย แอนตี้ไวรัส สปายแวร์
การอัพเดท patch หรือ อุดช่องโหว่การทำงานหรือการรักษาความปลอดภัย ผ่านการ Update
แน่นอนว่า ใครที่ใช้วินโดว์ของแท้ ก็สามารถเชื่อมต่อออนไลน์ และวิ่งเข้าไปที่ศูนย์กลางอัพเดทและแก้ไขปัญหาการใช้งานต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ทันที ตลอดเวลา ซึ่งพวกแผ่นปลอมหรือ ไม่ใช้ของแท้ ไม่สามารถทำได้
ลองมาไล่เรียงราคาวินโดว์ของแท้ จากร้านค้าชั้นนำทั่วไป ที่หาซื้อได้จากแบบออนไลน์ หรือ ไปเดินที่ห้างเลย เช่นของ JIB,Advice ,Banana เป็นต้น
SOFTWARE MS-WINDOWS 10 HOME 32/64 BIT ENG (FPP) ราคา 4,590 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS 10 HOME 64 BIT ENG (KW9-00139) OEM ราคา 4,090 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS 10 PRO 32/64 BIT ENG (FPP) FPP ราคา 7,790 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS 10 PRO 64 BIT ENG (FQC-08929) OEM ราคา 5,790 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS 8.1 PRO 32 BIT (FQC-06987) OEM ราคา 5,290 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS SL 8.1 32 BIT ENG (4HR-00220) OEM ราคา 3,290 บาท
SOFTWARE MS-WINDOWS SL 8.1 64 ENG OEM ราคา 3,290 บาท
Windows 7 Pro 32 Bit ENG OEM (FQC-08279) ราคา 5400 บาท
ลักษณะ
OEM License (ลิขสิทธิ์) เป็น Windows ที่ขายผูกกับเครื่องย้ายเครื่องไม่ได้ คอมเสีย Windows เสียด้วย
ซอฟต์แวร์แบบกล่องจำหน่ายปลีก (Full Package Product - FPP) เครื่องเสีย สามารถนำไปลงกับเครื่องใหม่ได้ จึงมีราคาแพงกว่าแบบ OEM
ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้งาน ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย คือ การซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดว์แท้ เลย ซึ่งจะมีราคาประหยัดหรือถูกกว่าซื้อแยกภายหลังอยู่มากพอสมควร ครับ หลักพันบาทนิดๆ ครับ ขึ้นอยู่กับรุ่นและเวอร์ชั่นของตัวโปรแกรมด้วย
บทสรุป
แบบ OEM ราคาถูก ยิ่งซื้อพร้อมเครื่องใหม่เลย ยิ่งถูกและคุ้มค่า แต่ระยะยาวๆ 4-5 ปีไป เครื่องเก่า ชำรุด พัง โปรแกรมแบบ OEM ก็จะไปพร้อมเครื่องเช่นกัน ไม่สามารถเอาไปลงใช้งานได้ใหม่กับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ที่เรามี
แบบ FPP จะเป็นแบบชุดเต็ม Full ราคาจะแพงกว่าแบบ OEM อยู่มากพอสมควร เพราะสามารถลงใช้งานกับคอมเครื่องใหม่ได้ กรณีเครื่องเดิมชำรุด หรือ เสื่อมสภาพการใช้งาน ส่วนวิธีการตรวจสอบและ Check ของไมโครซอร์ฟ เอาเป็นว่า ก็คงมีเทคนิคทางการทำอยู่แล้ว
ขั้นตอนการสมัครใช้งานอีเมลของ outlook.com
การสมัครใช้งานอีเมล หรือ Internet Mail
ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการฟรีอีเมลที่เราสามารถสมัครใช้งานได้ฟรีอยู่หลายแห่ง แต่ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วๆ ไปในบ้านเรา ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ค่าย คือ gmail.com ของกูเกิลกับ outlook.com ของไมโครซอฟต์ ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้ก็เป็นบริการฟรีอีเมลที่บริการรับส่งจดหมาย แนบข้อความรูปภาพ ลิงค์ ฯลฯ ได้
ขั้นตอนการสมัครใช้งานอีเมลของ outlook.com
1.ไปที่ www.outlook.com คลิกที่ ลงทะเบียนเดี๋ยวนี้
2.กรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ดังต่อไปนี้
- ชื่อ – นามสกุล
- วัน เดือน ปี เกิด
- ระบุเพศ
- ตั้งชื่อบัญชีของไมโครซอฟต์ -
- ตั้งรหัสผ่าน รวมทั้งป้อนรหัสผ่านซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันการใช้รหัส
- ระบุหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลสำรอง (ในกรณีที่ลืมรหัสผ่าน ทางไมโครซอฟต์จะส่งรหัสผ่านใหม่มาให้ทางช่องทางดังกล่าว)
- ใส่ภูมิภาคที่อาศัยอยู่ รวมทั้งรหัสไปรษณีย์
- ใส่ตัวอักษรภาพเพื่อยืนยันว่าเราไม่ใช่หุ่นยนต์
3. คลิกปุ่ม “ยอมรับ” เพื่อตกลงใช้งานฟรีอีเมลภายใต้เงื่อนไขของไมโครซอฟต์
4. เปิดใช้งานฟรีอีเมลจาก outlook.com เสร็จแล้วคุณจะอยู่ที่กล่องขาเข้า
พื้นฐานการใช้งาน email
ความสามารถหลักๆ ก็คือการรับส่งข้อความ การแนบไฟล์ การส่งต่อเอกสารหรือจดหมายในรูปแบบของการ Forward mail นั้นเอง
การเขียนจดหมายใหม่ email ถึงคนอื่นๆ
1 ให้เราคลิกที่ปุ่ม +New เพื่อเริ่มต้นการเขียน email
2 ระบุชื่อของ email ที่เราต้องการส่งข้อความไปถึง To บริเวณด้านซ้ายมือ เช่น someonehot@xxxmail.com เป็นต้น
3 Add Subject ระบุชื่อเรื่องหรือหัวเรื่องของ email เช่น เชิญประชุม ,ชวนไปเที่ยวระยอง ,ฯลฯ
3 Add message พิมพ์ข้อความใน email ตามที่เราต้องการจะสื่อสาร ลงไป อย่าลืมลงรายละเอียดการติดต่อกลับ คำลงท้ายด้วยชื่อและเบอร์โทรของเรา ตามมารยาทการเขียน email
4 Proof reading สักรอบว่าสะกดผิด หรือขาดรายละเอียดอะไรไปบ้าง ก็แก้ไข และใส่ข้อมูลเพิ่มเข้าไปให้ครบ
หรือถ้ามีภาพหรือไฟล์เอกสาร เราก็สามารถแนบไฟล์หรือ attatch ไฟล์เข้าไปกับ email ของเรา โดยคลิกที่เมนู Insert ด้านบน จากนั้นคลิกว่า File หรือ Picture ที่ต้องการแนบ เข้าไปเลือกจากเครื่องหรือ usb drive ของเรา เพื่อแนบได้ทันที ไฟล์ไม่ควรจะมีขนาดใหญ่มากนัก ไม่น่าจะเกิน 1-2 MB เพื่อความง่ายและเร็วในการอัพโหลดนั้นเอง
5 พร้อมแล้ว คลิกที่ปุ่ม Send บริเวณเมนูด้านบน
6 ข้อความหรือ email ที่เราส่งไปแล้วจะถูกเก็บสำรองไว้ที่กล่อง Sent หรือรายการจดหมายที่ถูกส่ง สำหรับอ้างอิง หรือเปิดอ่านภายหลังได้
วิธีการแนบไฟล์ภาพหรือเอกสาร
กรณีที่เรามีไฟล์เอกสารพวก word,Excel หรือ Powerpoint รวมทั้งไฟล์ภาพต่างๆ ที่เราได้เตรียมไว้แล้ว เราสามารถที่จะแนบหรือส่งไปกับอีเมลของเราได้ เรียกว่าการแนบไฟล์ครับ หรือถ้าภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Attach
จากภาพประกอบหลังจากที่เราระบุอีเมลของคนที่ต้องการส่งไปถึง To
ชื่อเรื่อง
และข้อความในจดหมายหรือ email แล้ว
บนแถบเมนูด้านบนให้คลิกที่คำสั่ง insert แปลเป็นไทยหมายถึงสอด หรือการแทรก
จะแสดงเมนูขึ้นมาตามภาพ 3 รายการคือ
แนบ File พวกเอกสารชนิดต่าง ๆ word,excel,powerpoint ,access,pdf
picture in line กรณีต้องการแนบภาพดิจิตอลไฟล์ทั่วไป เช่น png,jpg,gif เป็นต้น
share from skydrive เป็นแหล่งเก็บไฟล์ฟรีออนไลน์สำหรับคนที่สมัครใช้งานไว้
ภาพประกอบ ไฟล์เอกสาร word และ pdf ไฟล์ที่แทรกและนำเข้ามาภายในจดหมายหรือ email ของเราที่ต้องการส่ง สังเกตว่าขนาดของไฟล์ภาพไม่ควรจะใหญ่เกินไปในการแนบไฟล์ เพื่อความสะดวกในการ upload และ download ใช้งานนั้นเอง
แนบไฟล์เรียบร้อยแล้ว พร้อมแล้วก็สามารถส่ง email ของเราไปถึงผู้รับได้ทันที โดยการคลิกที่ปุ่มส่ง Send ครับ
ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการฟรีอีเมลที่เราสามารถสมัครใช้งานได้ฟรีอยู่หลายแห่ง แต่ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วๆ ไปในบ้านเรา ในปัจจุบันมีอยู่ 2 ค่าย คือ gmail.com ของกูเกิลกับ outlook.com ของไมโครซอฟต์ ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้ก็เป็นบริการฟรีอีเมลที่บริการรับส่งจดหมาย แนบข้อความรูปภาพ ลิงค์ ฯลฯ ได้
ขั้นตอนการสมัครใช้งานอีเมลของ outlook.com
1.ไปที่ www.outlook.com คลิกที่ ลงทะเบียนเดี๋ยวนี้
2.กรอกข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน ดังต่อไปนี้
- ชื่อ – นามสกุล
- วัน เดือน ปี เกิด
- ระบุเพศ
- ตั้งชื่อบัญชีของไมโครซอฟต์ -
- ตั้งรหัสผ่าน รวมทั้งป้อนรหัสผ่านซ้ำอีกครั้งเพื่อยืนยันการใช้รหัส
- ระบุหมายเลขโทรศัพท์หรืออีเมลสำรอง (ในกรณีที่ลืมรหัสผ่าน ทางไมโครซอฟต์จะส่งรหัสผ่านใหม่มาให้ทางช่องทางดังกล่าว)
- ใส่ภูมิภาคที่อาศัยอยู่ รวมทั้งรหัสไปรษณีย์
- ใส่ตัวอักษรภาพเพื่อยืนยันว่าเราไม่ใช่หุ่นยนต์
3. คลิกปุ่ม “ยอมรับ” เพื่อตกลงใช้งานฟรีอีเมลภายใต้เงื่อนไขของไมโครซอฟต์
4. เปิดใช้งานฟรีอีเมลจาก outlook.com เสร็จแล้วคุณจะอยู่ที่กล่องขาเข้า
พื้นฐานการใช้งาน email
ความสามารถหลักๆ ก็คือการรับส่งข้อความ การแนบไฟล์ การส่งต่อเอกสารหรือจดหมายในรูปแบบของการ Forward mail นั้นเอง
การเขียนจดหมายใหม่ email ถึงคนอื่นๆ
1 ให้เราคลิกที่ปุ่ม +New เพื่อเริ่มต้นการเขียน email
2 ระบุชื่อของ email ที่เราต้องการส่งข้อความไปถึง To บริเวณด้านซ้ายมือ เช่น someonehot@xxxmail.com เป็นต้น
3 Add Subject ระบุชื่อเรื่องหรือหัวเรื่องของ email เช่น เชิญประชุม ,ชวนไปเที่ยวระยอง ,ฯลฯ
3 Add message พิมพ์ข้อความใน email ตามที่เราต้องการจะสื่อสาร ลงไป อย่าลืมลงรายละเอียดการติดต่อกลับ คำลงท้ายด้วยชื่อและเบอร์โทรของเรา ตามมารยาทการเขียน email
4 Proof reading สักรอบว่าสะกดผิด หรือขาดรายละเอียดอะไรไปบ้าง ก็แก้ไข และใส่ข้อมูลเพิ่มเข้าไปให้ครบ
หรือถ้ามีภาพหรือไฟล์เอกสาร เราก็สามารถแนบไฟล์หรือ attatch ไฟล์เข้าไปกับ email ของเรา โดยคลิกที่เมนู Insert ด้านบน จากนั้นคลิกว่า File หรือ Picture ที่ต้องการแนบ เข้าไปเลือกจากเครื่องหรือ usb drive ของเรา เพื่อแนบได้ทันที ไฟล์ไม่ควรจะมีขนาดใหญ่มากนัก ไม่น่าจะเกิน 1-2 MB เพื่อความง่ายและเร็วในการอัพโหลดนั้นเอง
5 พร้อมแล้ว คลิกที่ปุ่ม Send บริเวณเมนูด้านบน
6 ข้อความหรือ email ที่เราส่งไปแล้วจะถูกเก็บสำรองไว้ที่กล่อง Sent หรือรายการจดหมายที่ถูกส่ง สำหรับอ้างอิง หรือเปิดอ่านภายหลังได้
วิธีการแนบไฟล์ภาพหรือเอกสาร
กรณีที่เรามีไฟล์เอกสารพวก word,Excel หรือ Powerpoint รวมทั้งไฟล์ภาพต่างๆ ที่เราได้เตรียมไว้แล้ว เราสามารถที่จะแนบหรือส่งไปกับอีเมลของเราได้ เรียกว่าการแนบไฟล์ครับ หรือถ้าภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Attach
จากภาพประกอบหลังจากที่เราระบุอีเมลของคนที่ต้องการส่งไปถึง To
ชื่อเรื่อง
และข้อความในจดหมายหรือ email แล้ว
บนแถบเมนูด้านบนให้คลิกที่คำสั่ง insert แปลเป็นไทยหมายถึงสอด หรือการแทรก
จะแสดงเมนูขึ้นมาตามภาพ 3 รายการคือ
แนบ File พวกเอกสารชนิดต่าง ๆ word,excel,powerpoint ,access,pdf
picture in line กรณีต้องการแนบภาพดิจิตอลไฟล์ทั่วไป เช่น png,jpg,gif เป็นต้น
share from skydrive เป็นแหล่งเก็บไฟล์ฟรีออนไลน์สำหรับคนที่สมัครใช้งานไว้
ภาพประกอบ ไฟล์เอกสาร word และ pdf ไฟล์ที่แทรกและนำเข้ามาภายในจดหมายหรือ email ของเราที่ต้องการส่ง สังเกตว่าขนาดของไฟล์ภาพไม่ควรจะใหญ่เกินไปในการแนบไฟล์ เพื่อความสะดวกในการ upload และ download ใช้งานนั้นเอง
แนบไฟล์เรียบร้อยแล้ว พร้อมแล้วก็สามารถส่ง email ของเราไปถึงผู้รับได้ทันที โดยการคลิกที่ปุ่มส่ง Send ครับ
การติดตั้งส่วนขยาย OpenLayers บน QGIS
การติดตั้งส่วนขยายด้านแผนที่ Open Layer บนโปรแกรมฟรีแวร์ภูมิสารสนเทศ QGIS เพื่อที่จะสามารถเปิดดูแผนที่ดาวเทียมของกูเกิล ภายในโปรแกรม QGIS ซึ่งจะสะดวกในการทำงาน และการทำจุดอ้างอิงพิกัดให้กับภาพถ่ายดาวเทียม Geo referencing
ปกติเมื่อติดตั้ง QGIS แล้ว ส่วนขยายนี้ จะไม่ได้รับการติดตั้งเข้ามาด้วยในขั้นตอนการลงโปรแกรม จึงจำเป็นต้องมาติดตั้ง เพิ่มเติมภายหลัง ซึ่งผู้สนใจ สามารถทำตามขั้นตอนดังนี้
ภายในส่วนขยายมีอะไรบ้าง
Google Street map แผนที่เส้นทาง
Google Satellite แผนทีีดาวเทียม
Google Hybrid แผนที่ผสม
บนเมนูบาร์ของโปรแกรม QGIS คลิกเมนู Plugins
ในช่องค้นหาพิมพ์คำว่า Openlayer ลงไป เมื่อได้ผลการค้นหาแล้ว คลิกลงไปและคลิก install ติดตั้งส่วนขยาย ไปจนจบขั้นตอน
การใช้งาน Open layer
คลิก Web>OpenLayers
จะมีส่วนขยายที่รวมแผนที่ ขึ้นมาให้เลือกใช้งาน ตามภาพประกอบ ทั้งของ bing maps ,google maps
เลือกเปิดดูสักอย่างแล้ว ใช้แว่นขยาย ซูมเข้าออก เพื่อไปยังจุดหรือพื้นที่ตามต้องการ ต่อไป
ขั้นตอนการทำ Geo Referencing ด้วยโปรแกรม QGIS
ขั้นตอนการทำ Geo Referencing ด้วยโปรแกรม QGIS ฟรีแวร์แบบเปิดสำหรับท่านที่สนใจงานด้านภูมิสารสนเทศ สามารถค้นหาและดาวโหลดใช้งานได้ฟรี
สำหรับการทำภาพหรือแผนที่ที่เราก็อปหรือบันทึกมาจากแหล่งเปิด เช่น Google Earth ให้เป็นภาพถ่ายดาวเทียมแบบมีพิกัดเป็นที่รู้จักตามระบบการอ่านค่าของแผนที่แล้ว นั้นก็คือการทำ Geo reference นั้นเอง หรืออ้างอิงแหล่งค่าพิกัดภูมิศาสตร์นั้นเอง
สำหรับขั้นตอนแรก ให้ท่านเปิดโปรแกรม Google Earth Pro ขึ้นมา จากนั้นในช่องค้นหา พิมพ์ชื่อเมืองหรือสถานที่ที่คุณต้องการหรือสนใจจะบันทึกเป็นข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เก็บไว้ใช้งาน
ตามตัวอย่าง ผมใช้แผนที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี
ซูมเข้าไปให้ได้รายละเอียด ตามที่เราต้องการ ควรจะมี เส้นตัด ถนน หรือ จุดที่สังเกตชัดเจน จะง่ายในการอ้างอิง
คลิกปุ่ม ไฟล์ >บันทึก>บันทึกภาพ
สำหรับการทำภาพหรือแผนที่ที่เราก็อปหรือบันทึกมาจากแหล่งเปิด เช่น Google Earth ให้เป็นภาพถ่ายดาวเทียมแบบมีพิกัดเป็นที่รู้จักตามระบบการอ่านค่าของแผนที่แล้ว นั้นก็คือการทำ Geo reference นั้นเอง หรืออ้างอิงแหล่งค่าพิกัดภูมิศาสตร์นั้นเอง
สำหรับขั้นตอนแรก ให้ท่านเปิดโปรแกรม Google Earth Pro ขึ้นมา จากนั้นในช่องค้นหา พิมพ์ชื่อเมืองหรือสถานที่ที่คุณต้องการหรือสนใจจะบันทึกเป็นข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม เก็บไว้ใช้งาน
ตามตัวอย่าง ผมใช้แผนที่ อ.เมือง จ.ลพบุรี
ซูมเข้าไปให้ได้รายละเอียด ตามที่เราต้องการ ควรจะมี เส้นตัด ถนน หรือ จุดที่สังเกตชัดเจน จะง่ายในการอ้างอิง
คลิกปุ่ม ไฟล์ >บันทึก>บันทึกภาพ
ขั้นตอนการเลือก ขนาดภาพ เลือกขนาดใหญ่สุด เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดมากที่สุด และบันทึกภาพ เก็บไว้ในแฟ้มหรือโฟลเดอร์ที่กำหนด ตั้งชื่อไฟล์ตามสะดวก
ก็เป็นจบขั้นตอนการเตรียมภาพสำหรับการนำมาใส่ค่าพิกัดหรือ Georeference ด้วย QGIS
ขั้นตอนต่อมา เปิดโปรแกรมQGIS ขึ้นมา จะต้องติดตั้งส่วนขยาย Plugin ที่ชื่อว่า Open Layer ด้วยนะครับ สำหรับขั้นตอนการติดตั้งส่วนขยาย สามารถดูตามลิงค์ การติดตั้ง Open Layer
ขั้นตอนนี้ ให้เปิดโปรแกรม QGIS ขึ้นมา คลิก Raster>การอ้างอิงตำแหน่งบนผิวโลก>Georeference
ขั้นตอนต่อมา คลิกปุ่ม เครื่องหมายบวก ตามภาพ เพื่อนำเข้าภาพ ที่ไม่มีพิกัด ที่เรา Save หรือบันทึกไว้จากขั้นตอนด้านบนที่ผ่านมา
ขั้นตอนต่อไป กำหนดระบบค่าพิกัด เป็น WGS:84 ตามภาพตัวอย่าง และคลิก OK
ขั้นตอนต่อมา คลิกที่ปุ่ม + ตามภาพ เพิ่มนำไปคลิกลงบนจุดตัดถนน หรือจุดที่ต้องการอ้างอิง จะได้กรอบนำเข้าพิกัดแผนที่ขึ้นมาตามภาพ ให้เราคลิก แบบแผนที่
ขั้นตอนต่อมา จะเปิดเข้ามาที่โปรแกรม QGIS อีกที ให้เรา Open Layer ตามภาพประกอบ ใช้แว่นขยาย ซูมเข้าออก เพื่อขยายไปยังจุดที่ต้องการอ้างอิง บริเวณเดียวกันกับภาพที่เราต้องการใส่ค่าพิกัด แล้วนำเม้าส์ ไปคลิกลงจุดเดียวกัน
ขั้นตอนต่อไป โปรแกรม จะย้อนกลับมาที่หน้าต่างการใส่ค่าพิกัดให้เราอัตโนมัติ พร้อมกับป้อนค่าพิกัด ทั้งแกน x,y ให้เราเรียบร้อย ให้เราทำลักษณะเดียวกันนี้อย่างน้อย 4 จุด
ขั้นตอนต่อไป หลังจากที่ใส่ค่าพิกัดขั้นต่ำ 4 จุดแล้ว ก่อนจะแปลงค่าพิกัด ให้คลิกปุ่ม การตั้งค่า แล้วใส่ค่าต่างๆ ตามภาพประกอบ ระบุแฟ้มปลายทางในการเก็บไฟล์ คลิก OK
การแปลงค่าพิกัด พร้อมแล้ว ให้เราคลิกปุ่ม icon Play สีเขียน บนเมนูบาร์ ได้เลย
การทำแผนที่ด้วยโปรแกรม ArcGIS 10.2
สำหรับคนที่มองหาแนวทางการสร้างหรือทำแผนที่ใช้งานด้วยตนเอง หรือจะใช้งานสำหรับการเรียนการสอน การอบรม ทั้งในส่วนของหน่วยงานราชการ ทหาร ตำรวจ หรือ โรงเรียน
วันนี้ผมจะมาแนะนำขั้นตอนหรือวิธีการสร้างแผนที่ Map สำหรับการใช้งานด้วยตัวของท่านเอง โดยอาศัยโปรแกรม ภูมิสารสนเทศ อย่าง ArcGis ซึ่งมีจุดเด่นที่ ความสามารถและเครื่องมือใช้งานที่มาก ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ผ่านคำสั่ง tools และ เครื่องมือของโปรแกรม
โปรแกรม ArcGIS เป็นโปรแกรมที่มีราคาลิขสิทธ์ สนใจสามารถขอดาวโหลด Trial มาลองใช้งานฟรี 30 วัน
การทำแผนที่ จะเป็นการทำจากภาพดาวเทียม ที่จับภาพหรือ Copy มาจาก Google Earth หรือ Google Map ก็ได้
ขั้นตอนต่อมาคือการทำให้ภาพถ่ายดาวเทียมที่หามามีพิกัด หรือเป็นที่รู้จักของโปรแกรม ArcGis โดยทางวิชาการจะเรียนว่าการทำ Georeferencing
เริ่มจากการ เปิดโปรแกรม ArcGis ขึ้นมา ตามภาพประกอบ Add นำเข้าภาพถ่ายดาวเทียม ที่ต้องการทำแผนที่เข้ามา จากนั้นจะเป็นการใส่เส้นกริด ซึ่งจะแสดงได้ใน View >Data view เท่านั้น
ขั้นตอนต่อมา
ให้เราคลิกขวาที่ Layer ตามภาพ และเลือก Properties
ขั้นตอนต่อไป คลิก New Grid และเลือกรูปแบบเส้นกริด จาก 3 แบบที่มีให้เลือก ตามตัวอย่างผมเลือกกริดทางทหาร MGRS คลิก Next ต่อไป
ขั้นตอนต่อไป ระยะห่างของเส้นกริดจำลอง เลือก 1000 เมตร จะได้ระยะทางของช่องเท่ากับ 1000 ตารางเมตร หรือ ตาราง 1 กิโลเมตร
ขั้นตอนต่อมา คลิก style เพื่อเข้าไปเลือก รูปแบบของแผนที่ ซึ่งมีหลายมาตราส่วน และลักษณะ ตามตัวอย่างผมเลือกที่มาตรา 1:50,000
ขั้นตอนต่อมา การปรับแต่งคุณลักษณะต่างๆ เพิ่มเติม การใส่รายละเอียดเพิ่มเติมของแผนที่ เช่น ทิศเหนือ สเกลแผนที่ รายละเอียดประกอบอื่นๆ ก่อนจะบันทึกเป็นไฟล์ภาพ หรือ PDF นำไปพิมพ์ หรือใช้งานต่อไป
การใส่รายละเอียดประกอบ คลิกที่เมนู Insert
บทสรุป บทความนี้ หวังว่าจะเป็นแนวทางในการใช้งาน โปรแกรมแผนที่ ArcGIS ในการสร้างหรือผลิตแผนที่ด้วยตนเอง ซึ่งรายละเอียดในการทำ อาจจะแตกต่างหรือต้องปรับแก้ไขเพิ่มเติมบ้าง โดยเนื้อหานี้ อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดครบทุกทุกอย่าง เพราะต้องการให้แนวทางหรือขั้นตอนในการทำเป็นวิทยาทานสำหรับผู้สนใจทั่วไป
หากสนใจจริงๆ หรือมีปัญหา ก็สามารถ Post หรือ comments
วันนี้ผมจะมาแนะนำขั้นตอนหรือวิธีการสร้างแผนที่ Map สำหรับการใช้งานด้วยตัวของท่านเอง โดยอาศัยโปรแกรม ภูมิสารสนเทศ อย่าง ArcGis ซึ่งมีจุดเด่นที่ ความสามารถและเครื่องมือใช้งานที่มาก ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก ผ่านคำสั่ง tools และ เครื่องมือของโปรแกรม
โปรแกรม ArcGIS เป็นโปรแกรมที่มีราคาลิขสิทธ์ สนใจสามารถขอดาวโหลด Trial มาลองใช้งานฟรี 30 วัน
การทำแผนที่ จะเป็นการทำจากภาพดาวเทียม ที่จับภาพหรือ Copy มาจาก Google Earth หรือ Google Map ก็ได้
ขั้นตอนต่อมาคือการทำให้ภาพถ่ายดาวเทียมที่หามามีพิกัด หรือเป็นที่รู้จักของโปรแกรม ArcGis โดยทางวิชาการจะเรียนว่าการทำ Georeferencing
เริ่มจากการ เปิดโปรแกรม ArcGis ขึ้นมา ตามภาพประกอบ Add นำเข้าภาพถ่ายดาวเทียม ที่ต้องการทำแผนที่เข้ามา จากนั้นจะเป็นการใส่เส้นกริด ซึ่งจะแสดงได้ใน View >Data view เท่านั้น
ขั้นตอนต่อมา
ให้เราคลิกขวาที่ Layer ตามภาพ และเลือก Properties
ขั้นตอนต่อไป คลิก New Grid และเลือกรูปแบบเส้นกริด จาก 3 แบบที่มีให้เลือก ตามตัวอย่างผมเลือกกริดทางทหาร MGRS คลิก Next ต่อไป
ขั้นตอนต่อไป ระยะห่างของเส้นกริดจำลอง เลือก 1000 เมตร จะได้ระยะทางของช่องเท่ากับ 1000 ตารางเมตร หรือ ตาราง 1 กิโลเมตร
ขั้นตอนต่อมา คลิก style เพื่อเข้าไปเลือก รูปแบบของแผนที่ ซึ่งมีหลายมาตราส่วน และลักษณะ ตามตัวอย่างผมเลือกที่มาตรา 1:50,000
ขั้นตอนต่อมา การปรับแต่งคุณลักษณะต่างๆ เพิ่มเติม การใส่รายละเอียดเพิ่มเติมของแผนที่ เช่น ทิศเหนือ สเกลแผนที่ รายละเอียดประกอบอื่นๆ ก่อนจะบันทึกเป็นไฟล์ภาพ หรือ PDF นำไปพิมพ์ หรือใช้งานต่อไป
การใส่รายละเอียดประกอบ คลิกที่เมนู Insert
บทสรุป บทความนี้ หวังว่าจะเป็นแนวทางในการใช้งาน โปรแกรมแผนที่ ArcGIS ในการสร้างหรือผลิตแผนที่ด้วยตนเอง ซึ่งรายละเอียดในการทำ อาจจะแตกต่างหรือต้องปรับแก้ไขเพิ่มเติมบ้าง โดยเนื้อหานี้ อาจจะไม่ได้ลงรายละเอียดครบทุกทุกอย่าง เพราะต้องการให้แนวทางหรือขั้นตอนในการทำเป็นวิทยาทานสำหรับผู้สนใจทั่วไป
หากสนใจจริงๆ หรือมีปัญหา ก็สามารถ Post หรือ comments
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






















