ดาวโหลดโปรแกรม HFV Cleaner Pro

การแก้ไขปัญหาไวรัสซ่อนไฟล์และโฟลเดอร์บน usb หรือบนคอมพิวเตอร์ ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับการแก้ไขปัญหานี้เป็นการเฉพาะครับ
สำหรับคนที่ประสพกับปัญหา และค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหา ก็สามารถที่จะดาวโหลดโปรแกรมนี้ไปใช้งานกันได้
สำหรับโปรแกรมนี้คือ โปรแกรม HFV Cleaner Pro ครับ
คุณสมบัติย่อ
ผู้ออกแบบและพัฒนา Abhinav Bakshi
รองรับ Windows XP / Vista / 7 / 8 / 8 64 bit
ขนาดไฟล์ 690 KB
ข้อบ่งใช้งานโปรแกรมขนาดเล็กหรือ ยูทิลิตี้ที่มีประโยชน์ตัวนี้คือ การสแกนค้นหาและกำจัดไวรัส Win32:Atraps-PZ[Trojan] บนคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ USB ของคุณที่ถูกหนอนไวรัสหรือ โทรจันเล่นงานเข้าแล้ว อาการก็คือ ไฟล์และโฟลเดอร์ทั้งหมดของคุณจะถูกซ่อน Hidden หรือหายไปหมดเลยนั้นเอง 
และบางครั้งก็จะแสดงแค่ป้ายทางลัด หรือ ซ็อทคัพ ไว้ให้ดูต่างหน้า เวลาคลิกเข้าไปก็จะไม่เจออะไรเลย แต่จะเป็นกับดักและแตกไฟล์ไวรัส Win32:Atraps-PZ[Trojan]  เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ต่อไป 
บางคนอาจจะสงสัยว่า คอมพิวเตอร์ผมมีโปรแกรมป้องกันไวรัสและอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ทำไมยังโดนไวรัสซ่อนไฟล์ USB เล่นงานอยู่เหมือนเดิม 
คำตอบคือ ไวรัสซ่อนไฟล์ เป็นหนอนไวรัสหรือ โทรจัน Win32:Atraps-PZ[Trojan]  มีความสามารถอำพรางสถานะ หรือตบตาโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ทั่วไป ได้อย่างแนบเนียนนั้นเอง ทำให้ไม่สามารถ Detect หรือตรวจจับไวรัสโทรจันตัวนี้ได้นั้นเอง 
ทางแก้ไขก็เลยต้องมีการคิดค้นโปรแกรมแก้ไข ตรวจจับหนอนไวรัสโทรจัน Win32:Atraps-PZ[Trojan] นี้มาเป็นการเฉพาะทางนั้นเอง ครับ 

ขั้นตอนและวิธีการใช้งาน

1 ดาวโหลดโปรแกรม HFV Cleaner Pro จากลิงค์ http://www.softpedia.com/get/Antivirus/Removal-Tools/HFV-Cleaner.shtml
2 เปิด Run โปรแกรมขนาดเล็กนี้ขึ้นมาใช้งานได้ โดยไม่ต้องลงโปรแกรม หรือ Install ครับ
3 การใช้งานโปรแกรม ออกแบบมาง่ายๆ คือ ระบุหรือ คลิก Browse เข้าไปยัง USB ของเรา จากนั้นก็คลิกคำสั่ง การทำงานได้ง่ายๆ
Unhide File ยกเลิกการซ่อนไฟล์ รวมทั้งโฟลเดอร์หลัก โฟลเดอร์ย่อย
Disinfect Virus ทำความสะอาดไฟล์ ไม่ให้ติดไวรัส
Delete Virus ลบไวรัส


ทิป 
หลังแก้ไขปัญหาแล้ว เราควรจะจริงจังในการตรวจสอบโปรแกรมป้องกันไวรัสบนคอมพิวเตอร์ของเรา ว่ามัน OK ไหม ใช้ของก็อบหรือเปล่า หรือใช้ของแท้ หรือมีการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัส หรือเปล่า ถ้าเราทำเองไม่เป็นก็อาจจะแจ้งฝ่ายคอมพิวเตอร์ หรือ จนท.ช่างเทคนิคมาช่วยแก้ไขหรือตรวจสอ

ข้อแตกต่างระหว่าง Get it right กับ Make it right

คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับวลีภาษาอังกฤษ ของคำว่า Get it right และ Make it right. ทั้งสองวลีไม่มีความแตกต่างเชิงความหมายที่สำคัญ โดยหมายถึง ความถูกต้องหรือการทำสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้องเช่นกัน  แต่ในบริบทการใช้งานหรือ context จะใช้แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น 


That said, I'd suggest that:
  • "Get it right" means, "Get your facts straight." หมายถึง ความจริงที่ตรงไปตรงมา 
  • "Make it right" means, "You messed up and hurt someone, now go fix the situation." คุณทำบางอย่างผิดพลาด และกระทบต่อใครสักคน คุณก็ต้องแก้ไขและทำให้ถูกต้องซะ 
For example: ตัวอย่างประโยค 
Did you hear Justin Bieber got arrested for cocaine? คุณได้ข่าวของพ่อนักร้องหนุ่มจัสตินบีเบอร์ถูกจับข้อหามีโคเคอีนเปล่า?
No, that's not true – he tested positive for alcohol and marijuana. Get it right.ไม่นะ ! ข่าวไม่จริง เขาถูกตรวจพบแฮลกอฮอร์และสารกัญชาต่างหาก เข้าใจให้ถูกด้วยนะ 
And then:อีกตัวอย่าง 
I don't know why you thought it would be so funny to throw eggs at Mrs. Murphy's house. She's only been nice to you. You need to march yourself over there and make it right. พ่อไม่เข้าใจว่ามันจะสนุกตรงไหนที่ลูกเอาไข่ ไปปาใส่บ้านของคุณเมอร์ฟี่แบบนั้น เธอเป็นคนที่เอ็นดูลูกมาเสมอๆ ลูกควรจะเดินตรงเข้าไปหาเธอและทำในสิ่งที่ถูกที่ควร 

You're right, Dad. Not only will I help her clean up the mess, I'll offer to cut her lawn for free for the rest of the summer. พ่อพูดถูกต้อง ลูกจะช่วยเธอทำความสะอาด และอาสาช่วยเธอตัดหญ้าฟรีโดยตลอดช่วงปิดเทอมนี้
As I said, though, that's only one way to distinguish the two phrases. A math teacher might tell her students:อีกตัวอย่างที่สามารถแสดงให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ยกตัวอย่าง ครูสอนคณิตศาสตร์ กับ นักเรียน 
Be careful when you do your arithmetic. Make sure you get it right. ครูจะสอนว่า เมื่อตอนที่ครูให้การบ้านวิชาเลข ขอให้ทำให้ถูกต้องตามกฏ และหลักของวิชาเลขนะ 
But then, if the students turn in answers with a lot of mistakes: แต่เมื่อนักเรียนเอาการบ้านมาส่ง ทำผิดหลายข้อเลย ครูก็จะบอกว่า เอากลับไปแก้ไขใหม่ และทำให้มันถูกต้องซะ Make it right.
I want every student to correct their assignments. Any place where I've marked a problem wrong, you need to make it right.
Essentially, make it right refers to fixing something your got wrong, whereas get it right is an exhortation to not get it wrong in the first place.
ข้อแตกต่างสำคัญ คือว่า Make it right อ้างถึงการแก้ไขบางอย่างที่ผิดให้ถูก ขณะที่ Get it right ใช้ในการบอกว่าอย่าทำผิดตั้งแต่แรก 


เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Make it right นิยมใช้กับ contexts ที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม Moral ของคน เช่น ลูกโกรธพ่อแม่แล้วพูดจาไม่ดี หรือด่าพ่อแม่ด้วยคำไม่สุภาพ หยาบคายแบบนี้ พอสำนึกได้ รู้สึกผิด หรือมีครู หรือเพื่อนๆ มาปลอดมาแนะนำ ว่า ให้สงบจิตใจ นึกถึงบุญคุณของพ่อกับแม่ให้มาก ๆ อาจจะแนะนำ หรือขอร้อง ให้ลูกกลับบ้านไป แล้วไปสารภาพผิด ไปพูดขอโทษพ่อกับแม่ และสัญญาว่าจะไม่ทำอีก แบบนี้ เป็นต้น ก็เรียกว่า Make it Right ครับ 
ดังนั้นวลี Make it right เราก็ควรจะใช้ขอร้องหรือพูดจาโน้มนาว คนที่ทำผิด โดยตั้งใจ หรือไม่เจตนาอะไรก็แล้วแต่ ให้รู้สึกสำนึกผิด และทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ต่อไป 
Credit : http://ell.stackexchange.com/questions/16874/whats-the-differences-between-get-it-right-and-make-it-right


พื้นฐานบัญชีใน 10 นาที

เรียนบัญชีใน 10 นาที

ความเป็นมา สนใจจะเรียนด้านบัญชี เพราะจะต้องเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับระบบบัญชี แต่ไม่ได้จบมาด้านบัญชี หรือการเงินเลย แต่เชื่อว่า ศึกษาและหาความรู้ได้ หาแบบภาษาไทย ไปก็ดูจะเยอะแล้ว และน่าจะยาวๆ ไม่ค่อยจะ bias เลยนะเรานี้ หาจาก Inter ละกัน ข้อมูลน่าจะเยอะกว่า และดูน่าจะมีมิติ หรือสรุปให้เข้าใจได้ง่ายกว่า เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาแบบผมครับ
บัญชี ภาษาอังกฤษคือ Accounting ครับ
นิยามมาก่อนเลย บัญชีไม่มีอะไรไปมากกว่า การบริหารหนี้และมูลค่าสินทรัพย์ที่เรามีอยู่ก็เท่านั้นเอง จบไหม? That is.
หนี้มีค่าเท่ากับเครดิต
เช่น มีหนี้สินมูลค่า 1000 บาท ก็แปลว่า คุณจะต้องมีเครดิต เท่ากับ 1000 บาท เช่นกัน
ไม่เข้าใจใช่ไหม Me too
มีเพียง 2 หมวดเท่านั้นของรายการหนี้ คือ สินทรัพย์ และ ค่าใช้จ่าย
มีเพียง 3 หมวดเท่านั้นของเครดิต คือ Liabilities, Equity ,และ Revenues
แปลออก ตัวสุดท้ายคือ revenues รายได้ ส่วน 2 ตัวแรก แปลไม่ออก เดาไปก่อนตามหลักการ หมายถึง bla ๆๆๆๆๆ
Google translate help me!
ส่วนประกอบของงบดุลนั้นแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ
1.      ทรัพย์สิน (Asset) หมายถึง มูลค่าของทรัพยากรทั้งหมดที่บริษัทมีอยู่
2.      หนี้สิน (Liability) หมายถึง มูลค่าที่บริษัทเป็นหนี้ และต้องนำไปคืนเจ้าหนี้ (creditor)
3.      ส่วนของเจ้าของ (Owners’ / Stockholders’ Equity) หมายถึง มูลค่าส่วนที่เป็นสิทธิ์ของเจ้าของ (ผู้ถือหุ้น)
ที่นี่เมื่อรู้นิยามแล้วความสัมพันธ์อันสุดยอดของ 3 ตัวนี้ก็คือ
ทรัพย์สิน (Asset) = หนี้สิน (Liabilities) + ส่วนของเจ้าของ (Equity)
แวบเอาข้อมูลจากเวบไทยมาแปะให้นิดหนึ่ง ต่อภาค Inter ดีกว่าครับ
รายได้ คือสิ่งที่เราได้รับเข้ามา  ซึ่งตรงข้ามกับ รายจ่าย คือสิ่งที่เราต้องจ่ายออกไปทุกบิล ทุกรายการ
บัญชี Account หมายถึง รายการตัวเลขและคำอธิบาย  เช่น แพตตี้ 001 เงินสด เป็นต้น
ทุกๆ บัญชี จะแตกออกเป็น 1 ใน 5 หมวด ดังนี้
1 รายชื่อของทุกบัญชี เรียกว่า แผนผังบัญชี
จากนั้นนึกภาพใหญ่ ว่าทุกบัญชี ก็จะมีรายการต่างๆ ทางบัญชี และจบด้วยยอดดุลปัจจุบัน
งงลิซิ ไม่ได้เรียนมา แปลตามตัวก็แบบนี้แหละ Keep going อย่ายอมแพ้ ดันทุรังต่อ เพื่อเจอทางออก
ยกตัวอย่างสมุดเงินฝาก ยกมาทำไม ?
0110 เงินสด                          0.00
ฝาก                                        10.00
ถอน                                        -5.00
ฝาก                                        20.00
คงเหลือ                                  25.00
มาถึงตอนนี้ ตอนที่คุณมี รายการบัญชี แสดงแบบนี้ แบบที่ยกตัวอย่างและ จบลงด้วยสมุดเล่มใหญ่ Big book คืออะไรนะ จะสื่ออะไร ?????????
ไม่ว่าจะเป็นแบบเล่มบัญชี หรือแบบ อิเล็กทรอนิกส์ สมุดแบบนี้ก็จะเรียกว่า General Ledger คืออะไรดีละ แปป

สมุดบัญชีแยกประเภท (Ledger) แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

          1. สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป (General Ledger)  เป็นสมุดที่รวบรวมหรือคุมยอดของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี ซึ่งใช้บันทึก การเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของ (ทุน) ต่อจากการบันทึกลงในสมุดรายวันทั่วไป ได้แก่ บัญชีแยกประเภท สินทรัพย์ เช่น บัญชีเงินสด  บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีลูกหนี้ บัญชีสินค้า บัญชีวัสดุสำนักงาน บัญชีอาคาร เป็นต้น  บัญชีแยก ประเภทหนี้สิน เช่น บัญชีเจ้าหนี้การค้า บัญชีเงินกู้ บัญชีเจ้าหนี้อื่น ๆ เป็นต้น  บัญชีแยกประเภทส่วนของเจ้าของ เช่น บัญชีทุน บัญชีรายได้  (Income)  บัญชีค่าใช้จ่าย (expense) และบัญชีถอนใช้ส่วนตัว
          2.  สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary Ledger) เป็นที่รวบรวมของบัญชีแยกประเภทย่อยของบัญชีคุมยอด (Controlling Accounts) ในสมุดแยกประเภททั่วไป เช่น สมุดบัญชีแยกประเภทลูกหนี้รายตัว บัญชีเจ้าหนี้รายตัว ซึ่งยอดรวมของบัญชีแยกประเภท รายตัวทั้งหมดจะเท่ากับยอดรวมในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป

          รูปแบบของบัญชีแยกประเภท ที่นิยมใช้กันทั่วไปมี 2 แบบ

           1.  แบบบัญชีแยกประเภททั่วไป (แบบมาตรฐาน) มีลักษณะคล้ายตัวอักษรภาษาอังกฤษ คือตัว T ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ทางด้านซ้ายมือคือด้านลูกหนี้หรือเดบิต (Debit)  ทางด้านขวามือคือด้านเจ้าหนี้หรือด้านเครดิต (Credit)
2.  แบบบัญชีแยกประเภทย่อย (แบบแสดงยอดดุล) มีลักษณะคล้ายกับรูปแบบของสมุดรายวันทั่วไป แต่มีช่องยอดคงเหลือ เพิ่มขึ้นมา เพื่อแสดงรายการคงเหลือทุกครั้งที่มีการบันทึกรายการและเมื่อต้องการทราบยอดคงเหลือ

ต่อภาค Inter
ถึงตอนนี้ สมมุตว่า คุณจะต้องการดู รายการ สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป (General Ledger)  โดยไม่ต้องมีรายละเอียดที่ไม่จำเป็น ????
คุณต้องการเฉพาะ เลขบัญชี รายการ และยอดคงเหลือ
สั้นๆ กระชับ แบบนี้ ภาษาบัญชีเขาเรียนว่า Trial Balance มาอีกตัวแล้ว แง๊วๆๆๆๆ คืออะไรดีหว้า ?
Credit: http://www.pw.ac.th/emedia/media/tech/accounting1/lesson6.php
งบทดลอง (Trial Balance) คือ งบที่ทำขึ้นเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของการบันทึกบัญชี แต่การบันทึกรายการค้าในสมุดรายวัน ทั่วไป การผ่านรายการ จากสมุดรายวันทั่วไป ไปบัญชีแยกประเภท และการหายอดคงเหลือด้วยดินสอ  จากรายการค้าทุกรายการ  ผลรวมด้านเดบิต ของทุกบัญชี ควรจะต้องเท่ากับผลรวมด้านเครดิตของทุกๆบัญชี   หลังจากจากผ่านรายการจากสมุดรายวันทั่วไป ไปยังบัญชีแยกประเภทแล้ว ขั้นต่อไปคือการหายอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภทโดยทั่วไปนิยม หาด้วยดินสอ  (Pencil Footing)  เพื่อป้องกันการผิดพลาดและหากต้องการแก้ไขก็จะทำได้โดยสะดวก
การหายอดคงเหลือ
           1.  หายอดรวมทางด้านเดบิตและเครดิตของบัญชีทุกบัญชีในแยกประเภท
           2.  นำยอดรวมทั้งสองด้านมาลบเพื่อหายอดคงเหลือ
           3.  นำผลลัพธ์ที่ได้ไปเขียนไว้ทางด้านที่เหลืออยู่คือด้านที่มากกว่า

แปะไว้ก่อน แล้วค่อยมาต่อวันหลัง
เรียนบัญชี ก็ไม่ง่ายนะเนี่ย แถมไม่สนุกอีกด้วย ไปเล่นกีฬาก่อนดีกว่า
               



การสร้างนามบัตรด้วย MS Publisher

การสร้างนามบัตร Business Card โดยโปรแกรม MS Publisher
สามารถดาวโหลดโปรแกรมได้จากลิงค์นี้ครับ สำหรับท่านที่ยังไม่มีโปรแกรม อ่านคำแนะนำการดาวโหลดและการติดตั้งได้ที่
เริ่มต้นการทำงาน ขั้นตอนที่ 1 ก็ต้องเปิดโปรแกรม MS Publisher  ขึ้นมาก่อนสิครับ
จากนั้น จะมีแม่แบบ เทมเพลต มาตรฐาน ต่างๆ จำนวนมาก แบ่งเป็นกลุ่ม หรือหมวดหมู่
เลือกแม่แบบ นามบัตร คลิกได้เลย
โปรแกรมจะ ค้นหาแม่แบบ นามบัตร ที่สวยงาม และมีสีสันต่างๆ รวมทั้ง องค์ประกอบต่างๆ แสดงขึ้นมา ในรูปแบบพรีวิว จำนวนมาก เรียงๆ กัน สามารถที่จะสุ่ม หรือลองเลือกแบบที่คุณสนใจ หรือตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุดขึ้นมา 1 อัน
หมายเหตุ อาจจะต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อค้นหาและดาวโหลดแม่แบบ นามบัตร จาก อินเทอร์เน็ต ระหว่างการทำงานด้วย
เลือกสักแบบตามที่คุณชอบ
ตามตัวอย่าง ผมเลือกแบบ แท็บ ขึ้นมา และคลิกปุ่มคำสั่ง สร้าง บริเวณขวามือล่าง
โปรแกรมก็จะเปิดแม่แบบ กึ่งสำเร็จรูปออกมาให้เรา 
ขั้นตอนต่อมาก็ไม่ยากครับ ดูเลย์เอ้า หรือองค์ประกอบของนามบัตร ได้จากแม่แบบ 
ถ้าใคร ไม่มั่นใจว่าจะปรับใหม่ หรือจัดเรียงใหม่ ก็ไม่จำเป็นครับ นำเม้าส์คลิกในไปในช่อง Text ข้อความ หรือรูปภาพ แล้วเปลี่ยน Edit ข้อมูล ให้เป็น ชื่อร้าน ชื่อตัวของเรา ที่ติดต่อของเรา เช่น โทศัพท์ อีเมล ฯลฯ ตามที่เราต้องการ หรือนำเข้าโลโก้ ห้างร้าน หรือรูปภาพ พวก bmp,jpg ได้ เลย 
แต่ควรจะดูขนาดและความยาว ของข้อความ ให้มีขนาดไม่สั้น หรือยาวเกินไป ปรับให้เหมาะสม กับความกว้าง x ยาว มาตรฐานของ นามบัตร ทั่วไป 
จากนั้น จะทำการ Save หรือ บันทึกไว้ใช้งาน ภายหลัง หากต้องการแก้ไข หรือปรับการออกแบบ ภายหลังก็ save ลงไว้บนเครื่องก่อนครับ

ภาพแสดงแม่แบบ แท็บ ก่อนการปรับแก้ ข้อความและโลโก้ 
ภาพตัวอย่างหลังการปรับ edit ข้อความและโลโก้แล้ว 
ขั้นตอนสุดท้ายการสั่งพิมพ์ 
คลิก เมนูแฟ้ม
คลิก พิมพ์/Print
จะแสดงภาพพรีวิวก่อนพิมพ์ เรียงลำดับ จำนวน 10 ภาพ ในกระดาษ A4 ให้เราเรียบร้อยเองอัตโนมัติ ป้อนกระดาษ เปิดเครื่องพิมพ์ และพิมพ์ออกมา และนำไปตัดและนำไปใช้งานได้ทันที 

ทิป 

การออกแบบนามบัตร ให้สวยงามและโดนใจ แนะนำให้หาฟอนต์ไทยฟรีสวยๆ มาติดตั้งและใช้งาน และการปรับขนาดตัวฟอนต์ ให้มีขนาดใหญ่เล็ก ต่างกัน ก็จะช่วยขับให้นามบัตร ดูโดดเด่นและสวยงามได้ง่ายๆ ครับ 


สำหรับท่านที่ยังไม่มีโปรแกรม MS Publisher สามารถดาวโหลดตัวทดลองใช้งาน เป็นเวลา 30 วัน ซึ่งอยู่ในชุดติดตั้งของ MS Office 365 https://products.office.com/th-th/publisher

วิธีการสร้างบาร์โค้ดสินค้าด้วยฟรีฟอนต์ 3 Of 9

นำเอาฟอนต์ฟรีสำหรับการทำแท่งรหัสบาร์โค้ด มาแนะนำ สำหรับท่านที่สนใจงานด้านการค้าขายสินค้าด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบ Point Of Sale ที่มีการบันทึกข้อมูลสินค้า โดยการอ่านค่ารหัสสินค้ามาตรฐานจากโรงงานของผู้ผลิต และใช้เครื่องสแกนบาร์โค้ดช่วยในการทำงาน
สำหรับรายการสินค้าที่ไม่มีบาร์โค้ดรหัสสินค้า และท่านต้องการกำหนดบาร์ตัวเลขรหัสสินค้าเอง และต้องการทำหรือพิมพ์แผ่นรหัสบาร์โค้ดเอง โดยปกติจะต้องใช้เครื่องพิมพ์แบบ Laser ในการพิมพ์จึงจะสามารถอ่านด้วยเครื่องอ่านรหัสสินค้าได้
โปรแกรมการทำงานที่ใช้งานส่วนมาก ก็แนะนำใช้โปรแกรมตารางคำนวน MS Excel ครับ
กำหนดข้อมูล รายการสินค้า ชื่อสินค้า และรหัสสินค้าเป็นตัวเลข เช่น 1234567890 ,22222222222,444444444444 เป็นต้น

ทิปการใช้งานฟอนต์ฟรี
อย่าลืมใส่เครื่องหมาย * ก่อนตัวเลข และปิดท้ายด้วย * อีกครั้ง จะได้เป็น *12345678901234* เป็นต้น

ดาวโหลดฟอนต์ฟรี ที่ชื่อว่า Font 3 Of 9 จากลิงค์นี้ครับ
ดาวโหลดฟอนต์เสร็จ ก็ Copy ไปวางในโฟลเดอร์ Windows/Fonts
ย้อนกลับมาที่ MS Excel ก็เลือกแถวรายการรหัสสินค้า
จากนั้นในช่องรูปแบบอักษร ก็คลิกลงไปเลือกฟอนต์ 3 Of 9
ถ้าทุกอย่างทำงานถูกต้อง ก็จะแปลงตัวเลขเป็นแท่งรหัสสินค้า ให้พร้อมสั่งพิมพ์ด้วยเครื่องพรินเลเซอร์ และตัดออกไปแปะกับกล่องหรือตัวสินค้าได้แล้ว
สำหรับท่านที่สนใจดาวโหลดฟอนต์ ก็ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ

https://www.barcodesinc.com/free-barcode-font/

ภาพตัวอย่างการทดสอบการใช้งาน Font กับโปรแกรม MS Excel ครับ 

ดาวโหลด FreeCAD

FreeCAD เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่พัฒนาแบบเปิดหรือ Open Source ที่ผู้สนใจสร้างหรือผลิตงานสามมิติ สามารถดาวโหลดไปติดตั้งและใช้งานกันได้แบบไม่เสียเงินครับ โดยรองรับการใช้งานกับระบบปฏิบัติการที่เป็น Windows ,Linux และ Mac โอเอสครับ
เมื่อเข้าไปที่เว็บไซต์ของโปรแกรม ก็ตรวจดูให้ดีๆ นิดหนึ่งว่าต้องการดาวโหลด FreeCAD  ที่ใช้งานกับโอเอสไหน?
นอกจากเวอร์ชั่นที่ผ่านการทดสอบการใช้งาน Stable Version แล้ว
ทางผู้พัฒนายังมีส่วนที่กำลังพัฒนา Development Version สำหรับนักพัฒนา ที่ต้องการต่อยอด และพัฒนาความสามารถของโปรแกรมด้วยตนเองอีก ต่อไป
โดยผู้สนใจสามารถศึกษาคู่มือ การติดตั้งและการใช้งานโปรแกรม เพิ่มเติมได้ตามลิงค์ http://www.freecadweb.org/wiki/index.php?title=Download
สำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์การฟฟิคและการออกแบบ 3Dหากคุณสนใจและมองหาโปรแกรมออกแบบ 3 มิติ ที่เป็นฟรีแวร์ เพื่อใช้สำหรับการผลิตและสร้างสรรค์ผลงานแบบสามมิติของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบวัตถุ หรือสิ่งก่อสร้าง ตามชีวิตจริงของคนเรา หรือแบบจำลองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิต หรือไม่มีชีวิตก็ตาม โปรแกรม 3D FreeCAD จะเป็นตัวช่วยให้งานของคุณดูมีสีสันและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น



FreeCAD is a parametric 3D modeler made primarily to design real-life objects of any size. It is easy to modify designs using the model history andchanging the parameters. The program is a multi-platform (Windows, Mac OS, and Linux) tool, and reads and writes various open file formats. It also allows the building of your own modules or embedding them in your custom-developed application.

ดาวโหลด LEGO Digital Designer 4.3

LEGO Digital Designer 4.3 เป็นฟรีแวร์สำหรับการสร้างงาน 3 มิติ ที่เปิดให้ดาวโหลดและใช้งานกันฟรีแวร์ครับ เหมาะสำหรับคนที่สนใจงานทางด้าน 3 มิติ ในการผลิตและสร้างแบบจำลอง 3 D ตามที่คุณต้องการ
โปรแกรมออกแบบและพัฒนาโดย http://ldd.lego.com/en-us/
สำหรับความต้องการสเปกเครื่องที่ต้องการใช้งาน

MINIMUM SYSTEM REQUIREMENTS FOR PC

Operating system: Windows XP, Windows Vista, Windows 7, Windows 8 or Windows 10.
CPU: 1 GHz processor or higher
Graphics card: 128 MB graphics card (OpenGL 1.1 or higher compatible)
RAM: 512 MB
Hard disk space: 1 GB

จุดเด่น 
สามารถสร้างแบบจำลอง สามมิติแบบการต่อเลโก้ หรือของเล่น เป็นชิ้นๆ ๆ เข้าด้วยกัน ให้เป็นแบบจำลองรูปต่างๆ ตามที่คุณต้องการและจินตนาการครับ
โดยรองรับการใช้งานกับระบบวินโดว์ และแมค โอเอส ครับ
คุณสมบัติในการส่งออก Export ผลงานออกไปในรูปแบบ Format อื่นๆ ที่สามารถเปิดดู แสดง หรือ edit ด้วยโปรแกรม 3D อื่นๆ ได้ 
ดาวโหลดลิงค์ http://ldd.lego.com/en-us/download