ตัวอย่างการสร้าง Main Form ลิงค์กับ Sub Form บน Ms Access
จุดเด่นอีกประการของการออกแบบฟอร์มฐานข้อมูลที่น่าสนใจ และศึกษาวิธีการคิด เพื่อนำไปต่อยอด หรือประยุกต์ใช้งานกับระบบงานของแต่ละคน หรือองค์กร
ขั้นตอนการสร้าง
การสร้าง Main Form หรือฟอร์มหลัก Mother Form ขึ้นมาก่อน ซึ่งจะมีข้อมูล กลุ่ม หรือ หมวดหมู่ของข้อมูล ที่เราต้องการเลือกมาแสดง
ส่วน Sub Form หรือ Child Form ฟอร์มลูก เราก็จะแสดงข้อมูลแบบ ตารางข้อมูล ตามกลุ่ม หรือ หมวดหมู่ของข้อมูล โดยการลิงค์ ระหว่าง ตัวควบคุม บนส่วนหัว หรือ บน Main Form นั้นเอง
เพื่อ ความเข้าใจ ให้มากขึ้น มาลองดู ตัวอย่างและวิธีการ สร้าง จริงๆ กันดีกว่า
1 เปิด Ms Access ขึ้นมา แล้วมองดูว่า ตารางฐานข้อมูล ที่เราต้องการนำมาสร้าง จะใช้ตารางแบบไหน ที่เหมาะสม กับการสร้าง
ซึ่งจากฐานข้อมูลการขายสินค้า ของ Admin จะมีการสร้างตารางไว้แล้ว คือ ตารางสินค้า Product กับตาราง หมวดหมู่สินค้า Product_cate
ขั้นตอนต่อมา
คลิกเลือกตาราง Product_cate
คลิกปุ่มสร้าง ฟอร์ม ดูภาพประกอบ
ขั้นตอน ต่อไป
ให้เราไปที่ Design View หรือ มุมมองออกแบบ แล้วทำการปรับแก้ไขตำแหน่งของข้อมูลบนฟอร์ม
แก้ไขต่างๆ ดังนี้
ในส่วนของ ส่วนรายละเอียด ลบตัวควบคุมบนฟอร์ม ออกไปให้หมด
จากนั้น ในส่วนของเมนูด้านบน คลิกที่คำสั่งแทรก Sub Form โดยเลือก เอาตารางข้อมูล Product เข้ามาแทน ในรูปแบบของ ตารางข้อมูล
ดูภาพประกอบ
เลือกใช้ตารางและแบบสอบถามที่มีอยู่แล้ว
คลิก ถัดไป
ในหน้าต่างต่อมา เลือกตารางสินค้า Product
คลิก >> เพื่อนำเข้าข้อมูลทั้งหมด
คลิกปุ่ม ถัดไป
การแทรกตัวควบคุม กล่องคำสั่งผสม หรือ Combo box ลงในส่วนหัวของฟอร์ม
เลือกค้นหาระเบียนในฟอร์มของฉัน ดูภาพประกอบนะ
จะเข้าสู่หน้าต่างถัดไป
เลือกจากตารางข้อมูลที่ต้องการให้เป็นตัวเลือก หมวดหมู่ของสินค้า คือ ตาราง Product_cate
ให้ติ้ก ซ่อนคอลัมน์หลัก ด้วย ดูภาพประกอบ
ในขั้นตอนนี้
หลังจากที่เราคลิก ถัดไป จน เสร็จสิ้นแล้ว
ก็สามารถแสดงหรือ Preview แบบฟอร์ม ที่เราสร้างไว้ได้แล้ว ตามภาพตัวอย่าง
เราสามารถนำเม้าส์ไปคลิกเลือก หมวดหมู่ของสินค้า และตารางสินค้าใน Sub Form ก็จะแสดงขึ้นมาเฉพาะตามหมวดหมู่ที่เราเลือกไว้เท่านั้น
ข้อดีของการสร้างฟอร์มแสดงข้อมูลแบบนี้คือ
เราสามารถ เพิ่มรายการสินค้าใหม่ ต่อท้ายรายการ ของแต่ละกลุ่ม หรือ หมวดหมู่ได้ โดยโปรแกรม MS Access จะจัดกลุ่ม หรือ หมวดหมู่ให้อัตโนมัติ โดยเรา ไม่จำเป็นต้องพิมพ์เข้าไปเอง
การ Link ระหว่าง ส่วนหัวของฟอร์ม เข้ากับตารางข้อมูลใน Sub Form จะอยู่ในส่วนของ
คุณสมบัติ
ฟอร์มย่อย
ข้อมูล
เชื่อมโยงเขตข้อมูลหลัก ID
หมายเหตุ การสร้างลิงค์ของฟอร์มหลัก กับฟอร์มย่อยแบบนี้
ผู้สร้าง จะต้องมีตารางฐานข้อมูล ที่เตรียมไว้แล้ว และมีข้อมูลที่เหมาะสมในการสร้าง รวมทั้งต้องกำหนดความสัมพันธ์ของตาราง ให้ถูกต้องและเหมาะสม จึงจะสามารถศึกษา และทำตามได้
หากมีข้อสังสัย หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม ก็สามารถ Post ความคิดเห็นของคุณไว้ ส่วนล่างของบทความครับ
ทำความรู้จักกับแบบสอบถามข้อมูล Append Query
การพัฒนาฐานข้อมูลด้วย MS Access มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ ซึ่งหนึงในนั้นก็คือ ความสามารถในการออกแบบคำสั่งการทำงานแบบ SQL ในการรันคำสั้งการทำงาน ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูลหรือ Database ผ่านรูปแบบการทำงานแบบกึ่งอัตโนมัติหรือสำเร็จรูปกันทีเดียว ผู้ใช้งานเพียงศึกษา และเข้าใจโครงสร้างระบบและความสัมพันธ์ของตารางฐานข้อมูล รวมถึงวัตถุหรือกล่องควบคุมต่างๆ บนตารางหรือฟอร์มข้อมูล เพื่อนำมาสั่งทำงานหรือประมวลผลจากชุดคำสั่งสำเร็จรูปที่ทาง MS Access ได้ออกแบบและพัฒนารองรับการใช้งานไว้ให้เราแล้ว
ซึ่งรู้จักกันในนามของ การออกแบบสอบถามข้อมูล หรือ คิวรี่ นั้นเอง
ซึ่งใน Ms Access ก็จะมีการแบ่งประเภทและชนิดของการออกแบบสอบถามข้อมูล หลายแบบด้วยกัน ซึ่งน่าศึกษา และน่านำมาใช้งานกันทั้งนั้น
สำหรับบทความในวันนี้ Admin จะขอแนะนำให้รู้จักกับการสร้างแบบสอบถาม เพื่อทำการ ผนวก หรือ เพิ่มข้อมูล ลงไปในตารางฐานข้อมูล หรือ Database ของเรา ง่ายๆ ดังนี้ ครับ
ชื่อของแบบสอบถามแบบ ผนวกข้อมูลในภาษาอังกฤษ คือ Append Query นะครับ
2 หลังจากเลือกและทดสอบข้อมูลเสร็จแล้ว ก็ให้แปลงข้อมูลเป็นแบบสอบถามข้อมูลผนวก Append Query บนเมนูคำสั่งแบบสอบถามข้อมูลของ Ms Access
3 การระบุหรือกำหนด ตารางข้อมูล และฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการ ผนวกข้อมูลลงไป สามารถใส่เงื่อนไข ให้เป็นการ + หรือ - ได้ กรณีเป็นจำนวนตัวเลข
4 การยืนยันการผนวกข้อมูล
บันทึก : เมื่อมีการผนวกข้อมูล ลงไปในฐานข้อมูลแล้ว จะไม่สามารถยกเลิก หรือ Undo ได้ ดังนั้น ต้องตรวจสอบและพิจารณาให้ดีก่อนผนวกข้อมูลนะครับ รวมทั้งการทำการ Back Up หรือสำรองข้อมูลต้นฉบับไว้บนแหล่งเก็บข้อมูลภายนอกอื่นๆ เช่น USB Drive หรือ Cloud Server เป็นต้น
ตัวอย่างและขั้นตอนการสร้างแบบสอบถามข้อมูล Append Query
มีตารางฐานข้อมูล 2 ตาราง คือ
Class_A
Class_B
ทั้งสองตารางเก็บบันทึกข้อมูล ผลการสอบนักเรียน ในแต่ละวิชา ภาพภาพประกอบ
สมมุตว่า เราต้องการ นำเอาข้อมูล จากทั้งสองตารางมาต่อเข้า หรือ ผนวกเข้าด้วยกัน เช่น ตัวอย่าง ผมจะผนวกข้อมูล จากตาราง Class_B เข้าไปอยู่ใน Class_A
ขั้นตอน
1 คลิกเมนูคำสั่ง ออกแบบสอบถาม
คลิก แล้วเลือกตาราง Class_B เข้ามาตามภาพประกอบ ใช้เม้าส์ลากดึงทุกฟิลด์ของตาราง ลงมาใส่ในช่องแบบสอบถามด้านล่าง ดูภาพประกอบ จากนั้นคลิกที่เมนู ผนวก
ขั้นตอนสุดท้าย คลิกที่ปุ่ม ! สีแดง เพื่อรัน แบบสอบถาม ผนวกข้อมูล
จะมีการสอบถามยืนยันการผนวกข้อมูล ให้เรา ก็ให้ตอบ OK ยืนยันไปเลยครับ
ลองดูผลการทำงาน ให้ย้อนกลับไปเปิดดูข้อมูลในตาราง Class_A
เราควรจะได้ข้อมูลที่ผนวกเข้ามา ตามตัวอย่างภาพประกอบครับ
บทสรุป
แนวทางและพื้นฐานการใช้งาน Append Query ของ MS Access ในบทนี้ เป็นเพียงพื้นฐาน สำหรับมือใหม่ หรือ ผู้เริ่มต้นศึกษา Access ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุง และประยุกต์ใช้งาน กับระบบงานของแต่ละคนต่อไป
ซึ่งรู้จักกันในนามของ การออกแบบสอบถามข้อมูล หรือ คิวรี่ นั้นเอง
ซึ่งใน Ms Access ก็จะมีการแบ่งประเภทและชนิดของการออกแบบสอบถามข้อมูล หลายแบบด้วยกัน ซึ่งน่าศึกษา และน่านำมาใช้งานกันทั้งนั้น
สำหรับบทความในวันนี้ Admin จะขอแนะนำให้รู้จักกับการสร้างแบบสอบถาม เพื่อทำการ ผนวก หรือ เพิ่มข้อมูล ลงไปในตารางฐานข้อมูล หรือ Database ของเรา ง่ายๆ ดังนี้ ครับ
ชื่อของแบบสอบถามแบบ ผนวกข้อมูลในภาษาอังกฤษ คือ Append Query นะครับ
ข้อดีของการใช้คิวรีแบบ ผนวกข้อมูล
สามารถเพิ่มข้อมูลจำนวนมาก เข้าสู่ตารางข้อมูลในครั้งเดียว หรือคำสั่งเดียว
การทบทวนหรือตรวจสอบข้อมูลที่จะทำการผนวกอย่างรอบคอบ ก่อนจะมีการดำเนินการ
กำหนดเงื่อนไขการผนวก Criteria ได้ ช่วยให้การผนวกข้อมูลเป็นการเฉพาะช่องหรือฟิลด์ที่ต้องการเท่านั้น
พื้นฐานการสร้างแบบสอบถามข้อมูลคิวรี่แบบ ผนวกข้อมูล
1 ออกแบบสอบถามข้อมูล โดยการดึงข้อมูลจากตารางฐานข้อมูลที่ต้องการคัดลอก Copy เข้ามา จากนั้นก็ทำการ Run เพื่อดูผลข้อมูลว่าตรงกับข้อมูลที่เราต้องการจริงๆ2 หลังจากเลือกและทดสอบข้อมูลเสร็จแล้ว ก็ให้แปลงข้อมูลเป็นแบบสอบถามข้อมูลผนวก Append Query บนเมนูคำสั่งแบบสอบถามข้อมูลของ Ms Access
3 การระบุหรือกำหนด ตารางข้อมูล และฟิลด์ข้อมูลที่ต้องการ ผนวกข้อมูลลงไป สามารถใส่เงื่อนไข ให้เป็นการ + หรือ - ได้ กรณีเป็นจำนวนตัวเลข
4 การยืนยันการผนวกข้อมูล
บันทึก : เมื่อมีการผนวกข้อมูล ลงไปในฐานข้อมูลแล้ว จะไม่สามารถยกเลิก หรือ Undo ได้ ดังนั้น ต้องตรวจสอบและพิจารณาให้ดีก่อนผนวกข้อมูลนะครับ รวมทั้งการทำการ Back Up หรือสำรองข้อมูลต้นฉบับไว้บนแหล่งเก็บข้อมูลภายนอกอื่นๆ เช่น USB Drive หรือ Cloud Server เป็นต้น
ตัวอย่างและขั้นตอนการสร้างแบบสอบถามข้อมูล Append Query
มีตารางฐานข้อมูล 2 ตาราง คือ
Class_A
Class_B
ทั้งสองตารางเก็บบันทึกข้อมูล ผลการสอบนักเรียน ในแต่ละวิชา ภาพภาพประกอบ
สมมุตว่า เราต้องการ นำเอาข้อมูล จากทั้งสองตารางมาต่อเข้า หรือ ผนวกเข้าด้วยกัน เช่น ตัวอย่าง ผมจะผนวกข้อมูล จากตาราง Class_B เข้าไปอยู่ใน Class_A
ขั้นตอน
1 คลิกเมนูคำสั่ง ออกแบบสอบถาม
คลิก แล้วเลือกตาราง Class_B เข้ามาตามภาพประกอบ ใช้เม้าส์ลากดึงทุกฟิลด์ของตาราง ลงมาใส่ในช่องแบบสอบถามด้านล่าง ดูภาพประกอบ จากนั้นคลิกที่เมนู ผนวก
ในหน้าต่างถัดมา จะมีกรอบสอบถามขึ้นมา ว่าจะผนวกข้อมูล ไปที่ตารางไหน ก็คลิกเลือกจากรายการตาราง ในทีนี้คือ จะผนวกไปที่ตาราง Class_A
คลิก OK เพื่อยืนยัน
จะเห็นว่า หากมีโครงสร้าง ตารางข้อมูล เหมือนกัน หรือ MS Access ก็จะเลือก ฟิลด์ปลายทางของตารางข้อมูลที่ตรงกันให้อัตโนมัติ แต่ถ้าไม่ตรงกัน ก็ต้องเลือกเองว่าจะเพิ่มเข้าไปในฟิลด์ไหน เป็นต้น
แก้ไข : ในช่องแรก ID ไม่ต้องนำเข้ามานะครับ ลบออกเลย เพราะว่า มันเป็น Auto Number
จุดเด่น ของการผนวกข้อมูลคือ ในช่องของ Criteria เราสามารถ จะใส่เงื่อนไข การผนวกข้อมูล เพื่อบังคับวิธี หรือกรองเอาข้อมูลที่ต้องการ ผนวกเข้าไปได้ ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ จะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป
จะมีการสอบถามยืนยันการผนวกข้อมูล ให้เรา ก็ให้ตอบ OK ยืนยันไปเลยครับ
ลองดูผลการทำงาน ให้ย้อนกลับไปเปิดดูข้อมูลในตาราง Class_A
เราควรจะได้ข้อมูลที่ผนวกเข้ามา ตามตัวอย่างภาพประกอบครับ
บทสรุป
แนวทางและพื้นฐานการใช้งาน Append Query ของ MS Access ในบทนี้ เป็นเพียงพื้นฐาน สำหรับมือใหม่ หรือ ผู้เริ่มต้นศึกษา Access ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุง และประยุกต์ใช้งาน กับระบบงานของแต่ละคนต่อไป
ตารางเปรียบเทียบราคา Windows 10
ปัญหาการใช้งานวินโดว์ Copy ในประเทศไทยของเรา นับว่ามีมาก อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยความพร้อมและเวลา ซึ่งผมเชื่อว่า มันค่อยๆ เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทีละนิดๆ แต่ไม่ก้าวกระโดด บางทีในอนาคต ปัญหาเหล่านี้ จะน้อยลงและหมดไปในทีสุด Hopefully
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความพร้อม และต้องการจะเปลี่ยนแปลงจากแบบ Copy ไปสู่แบบถูกลิขสิทธ์ แน่นอนว่า มีหลายปัจจัยที่คุณต้องคิด และหนึ่งในปัจจัยเหล่านั้น คือเรื่องของ ราคา แผ่นแท้ ที่คุณต้องการ จะต้องจ่ายจำนวนมากเท่าไหร่ ?
Admin ในฐานะที่มีประสบการณ์และความรู้ด้าน IT ที่อยู่ในวงการมานานกว่า 10 ปี จึงขอรวบรวมข้อมูลราคา เชิงเปรียบเทียบ จากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้ผู้สนใจ ได้ศึกษา เปรียบเทียบ ก่อนจะตัดสินใจซื้อหากันต่อไป
ทั้งนี้ License ของ Windows มี 2 แบบ คือ แบบ OEM แบบนี้ ราคาจะถูกกว่าแบบ FPP เพราะว่าแบบ OEM ใช้ลงได้เครื่องเดียว ติดกับเครื่องที่มาจากโรงงาน ถ้าเครื่องเสีย พัง วินโดว์ก็ไปตามกันเลย ถอดออกมาแล้วเอาไปลงเครื่องอื่นๆ ไม่ได้
แบบที่ 2 FPP แบบ Full ง่ายๆ คือแบบจัดเต็ม ราคาจะแพงกว่า แบบ OEM สักหน่อย แต่สามารถลงได้หลายครั้ง คือ ถ้าลงแล้ว เครื่องพัง เราก็สามารถ Deactivate หรือโทรแจ้งศูนย์ Microsoft ได้ เพื่อแจ้งยกเลิกหมายเลขบนเครื่องเดิม และนำไปลงกับเครื่องใหม่ได้
ส่วนการจ่ายเงินซื้อไลเซ็นต์แบบ Volume หรือปริมาณมากๆ ต้องประสานและติดต่อกับบริษัทโดยตรง
มาดูราคาเปรียบเทียบกันดีกว่า ว่า หากคุณต้องการจะซื้อหาจริงๆ แล้ว ควรจะไปซื้อจากร้านไหน ถึงจะได้ราคาถูกสุด
Note: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลปัจจุบันในปี 2016 นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ควรจะสอบถามพนักงานของแต่ละร้านอีกครั้ง เพื่อประกันความชัวร์
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีความพร้อม และต้องการจะเปลี่ยนแปลงจากแบบ Copy ไปสู่แบบถูกลิขสิทธ์ แน่นอนว่า มีหลายปัจจัยที่คุณต้องคิด และหนึ่งในปัจจัยเหล่านั้น คือเรื่องของ ราคา แผ่นแท้ ที่คุณต้องการ จะต้องจ่ายจำนวนมากเท่าไหร่ ?
Admin ในฐานะที่มีประสบการณ์และความรู้ด้าน IT ที่อยู่ในวงการมานานกว่า 10 ปี จึงขอรวบรวมข้อมูลราคา เชิงเปรียบเทียบ จากตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย เพื่อให้ผู้สนใจ ได้ศึกษา เปรียบเทียบ ก่อนจะตัดสินใจซื้อหากันต่อไป
ทั้งนี้ License ของ Windows มี 2 แบบ คือ แบบ OEM แบบนี้ ราคาจะถูกกว่าแบบ FPP เพราะว่าแบบ OEM ใช้ลงได้เครื่องเดียว ติดกับเครื่องที่มาจากโรงงาน ถ้าเครื่องเสีย พัง วินโดว์ก็ไปตามกันเลย ถอดออกมาแล้วเอาไปลงเครื่องอื่นๆ ไม่ได้
แบบที่ 2 FPP แบบ Full ง่ายๆ คือแบบจัดเต็ม ราคาจะแพงกว่า แบบ OEM สักหน่อย แต่สามารถลงได้หลายครั้ง คือ ถ้าลงแล้ว เครื่องพัง เราก็สามารถ Deactivate หรือโทรแจ้งศูนย์ Microsoft ได้ เพื่อแจ้งยกเลิกหมายเลขบนเครื่องเดิม และนำไปลงกับเครื่องใหม่ได้
ส่วนการจ่ายเงินซื้อไลเซ็นต์แบบ Volume หรือปริมาณมากๆ ต้องประสานและติดต่อกับบริษัทโดยตรง
มาดูราคาเปรียบเทียบกันดีกว่า ว่า หากคุณต้องการจะซื้อหาจริงๆ แล้ว ควรจะไปซื้อจากร้านไหน ถึงจะได้ราคาถูกสุด
Note: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลปัจจุบันในปี 2016 นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ควรจะสอบถามพนักงานของแต่ละร้านอีกครั้ง เพื่อประกันความชัวร์
| รายการ | Microsoft Store | JIB | Advice | IT City |
| Windows 10 Home FPP | 5,199.00 | 4,390.00 | 4,390.00 | 4,790.00 |
| Windows 10 Pro FPP | 8,999.00 | 7,490.00 | 7,490.00 | 8,290.00 |
| Windows 10 Pro OEM | 5,590.00 | 5,590.00 | 5,850.00 | |
แนะนำ Windows 10 Home
โปรแกรมระบบปฏิบัติการสำหรับผู้ใช้งานตามบ้าน ถือว่าเป็นระบบ OS ล่าสุด ที่มีจุดเด่นและความสามารถ ในการทำงานที่เป็นปัจจุบันและทันสมัยมากที่สุด
คอมพิวเตอร์ที่จะรัน Windows 10 จะต้องมี Spec ขั้นต่ำ ดังนี้
CPU 1Ghz
แรม 1 GB RAM for 32-bit; 2 GB for 64-bit
ที่เก็บข้อมูล HDD Up to 20 GB available hard disk space
การใช้งาน
สำหรับการทำงานทางธุรกิจ
ความบันเทิง
จุดเด่น
ทำงานได้ไวขึ้น ทั้งการ Boot up และการ Reset
ทำงานพร้อมกัน ได้หลายโปรแกรมเร็วขึ้น
มาพร้อม Microsoft Edge โปรแกรมท่องเน็ตล่าสุด จาก Microsoft ที่รวดเร็วและปลอดภัย
ออกแบบการทำงานที่สวยงาม และน่าสนใจ รองรับการใช้งานกับทุกอุปกรณ์ ให้เหมาะสมออโต้
ระบบจดจำเจ้าของเครื่องแบบอัฉริยะ ในการผ่านระบบ รปภ. เข้าใช้งานเครื่อง
เข้าถึงแหล่งเกมส์และความบันเทิงอื่นๆ ได้รวดเร็ว ผ่าน App Store
ระบบช่วยเหลืองานแบบดิจิตอล Cortana
อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก
การสั่งซื้อวินโดว์ 10 โฮม
How to order windows 10 Home
เพื่อประกันความสำเร็จและตัดปัญหาคนกลาง ที่จะเพิ่มราคา หรือแอบแฝงโค้ดหรือรหัสลับ Malware ได้ แนะนำให้จ่ายเงินและซื้อจาก Store ของบริษัท Microsoft ดีกว่า
โดยจะต้องจ่ายเงิน หรือชำระได้หลายช่องทาง ได้แก่ บัตร Credit หรือ Visa แต่วิธีนี้ ก็เหมาะสำหรับคนที่ใช้บัตรเครดิต ส่วนคนไม่มีก็จะไม่ได้
หรือใครที่มีบัญชี PayPal ก็สามารถจ่ายได้เช่นกัน
ราคาเท่าไหร่
ราคา 120$ คิดเป็นเงินไทย ก็ตกราวๆ 4200 บาท
การดาวโหลด ไฟล์โปรแกรม Windows 10 Home ผ่านหน้าเว็บเลย ไม่ต้องรอการส่งแผ่น มาให้ที่บ้านให้เสียเวลา
ลิงค์สำหรับการดูรายละเอียดและการสั่งซื้อ
สินค้า https://www.microsoftstore.com/store/msusa/en_US/pdp/Windows-10-Home/productID.319937100
คอมพิวเตอร์ที่จะรัน Windows 10 จะต้องมี Spec ขั้นต่ำ ดังนี้
CPU 1Ghz
แรม 1 GB RAM for 32-bit; 2 GB for 64-bit
ที่เก็บข้อมูล HDD Up to 20 GB available hard disk space
การใช้งาน
สำหรับการทำงานทางธุรกิจ
ความบันเทิง
จุดเด่น
ทำงานได้ไวขึ้น ทั้งการ Boot up และการ Reset
ทำงานพร้อมกัน ได้หลายโปรแกรมเร็วขึ้น
มาพร้อม Microsoft Edge โปรแกรมท่องเน็ตล่าสุด จาก Microsoft ที่รวดเร็วและปลอดภัย
ออกแบบการทำงานที่สวยงาม และน่าสนใจ รองรับการใช้งานกับทุกอุปกรณ์ ให้เหมาะสมออโต้
ระบบจดจำเจ้าของเครื่องแบบอัฉริยะ ในการผ่านระบบ รปภ. เข้าใช้งานเครื่อง
เข้าถึงแหล่งเกมส์และความบันเทิงอื่นๆ ได้รวดเร็ว ผ่าน App Store
ระบบช่วยเหลืองานแบบดิจิตอล Cortana
อื่นๆ ที่น่าสนใจอีกจำนวนมาก
การสั่งซื้อวินโดว์ 10 โฮม
How to order windows 10 Home
เพื่อประกันความสำเร็จและตัดปัญหาคนกลาง ที่จะเพิ่มราคา หรือแอบแฝงโค้ดหรือรหัสลับ Malware ได้ แนะนำให้จ่ายเงินและซื้อจาก Store ของบริษัท Microsoft ดีกว่า
โดยจะต้องจ่ายเงิน หรือชำระได้หลายช่องทาง ได้แก่ บัตร Credit หรือ Visa แต่วิธีนี้ ก็เหมาะสำหรับคนที่ใช้บัตรเครดิต ส่วนคนไม่มีก็จะไม่ได้
หรือใครที่มีบัญชี PayPal ก็สามารถจ่ายได้เช่นกัน
ราคาเท่าไหร่
ราคา 120$ คิดเป็นเงินไทย ก็ตกราวๆ 4200 บาท
การดาวโหลด ไฟล์โปรแกรม Windows 10 Home ผ่านหน้าเว็บเลย ไม่ต้องรอการส่งแผ่น มาให้ที่บ้านให้เสียเวลา
ลิงค์สำหรับการดูรายละเอียดและการสั่งซื้อ
สินค้า https://www.microsoftstore.com/store/msusa/en_US/pdp/Windows-10-Home/productID.319937100
พื้นฐานการคำนวณหาค่าเปอร์เซ็นต์ด้วย Ms Excel
การคำนวน % ด้วย MS Excel
ยกตัวอย่าง
เรามีมะม่วง 20 ลูก แบ่งให้เพื่อนไป 5 ลูก ต้องการทราบว่า จำนวนของมะม่วงที่แบ่งให้เพื่อนไปคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของมะม่วงทั้งหมดที่มีอยู่
ก็จะได้สูตรในการคำนวณเป็น =5/20 * 100 ก็จะได้รับคำตอบเป็น 25%
ทบทวนพื้นฐานเรื่อง เปอร์เซ็นต์ กันสักนิด หนึ่ง กันลืม
คำว่า "per cent" มาจากรากศัพท์ภาษา ลาติน per centum, หมายถึง "การหารด้วยจำนวน 100". คุณน่าจะยังจำได้สมัยเรียนวิชาเลขในโรงเรียน ที่เปอร์เซ็นต์ คือ เศษส่วน แล้วหารด้วย 100 เพื่อเป็น %
สูตรที่ใช้กันก็คือ
(Part/Whole)*100 = Percentage
(ส่วนหนึ่ง/จำนวนทั้งหมด)*100 = เปอร์เซ็นต์
(ส่วนหนึ่ง/จำนวนทั้งหมด)*100 = เปอร์เซ็นต์
ยกตัวอย่าง
เรามีมะม่วง 20 ลูก แบ่งให้เพื่อนไป 5 ลูก ต้องการทราบว่า จำนวนของมะม่วงที่แบ่งให้เพื่อนไปคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของมะม่วงทั้งหมดที่มีอยู่
ก็จะได้สูตรในการคำนวณเป็น =5/20 * 100 ก็จะได้รับคำตอบเป็น 25%
แต่ว่าการคำนวณหาค่า % ด้วย MS Excel จะง่ายกว่านั้น
เพราะว่าสูตรคำนวณบน Excel จะเหลือแค่
Part/Total = Percentage
(ส่วนหนึ่ง/จำนวนทั้งหมด) = เปอร์เซ็นต์
จะเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องมีการ * 100
เพราะว่า Excel จะทำการคำนวณในส่วนนี้ให้เราเอง แบบอัตโนมัติ เราก็แค่ใส่ค่าของ เศษส่วน ให้ถูกต้อง ก็จะได้ตัวเลข % ที่ต้องการ
เพื่อความเข้าใจ และฝึกการปฏิบัติ ให้ผู้อ่าน ที่สนใจ ลองเปิด Ms Excel ขึ้นมา แล้วลองใส่ค่า และตัวเลข เพื่อฝึกการคำนวณหาค่า % ด้วย Excel ตามตัวอย่างเลยครับ
จำนวนที่ได้รับ 10 / จำนวนที่สั่ง 12
=C2/B2
Enter แล้วทำการก็อปปี้สูตร โดยการลากที่มุมล่างของ ช่องที่ใส่สูตร แล้วแดรกเม้าส์ลงมา ตามช่องรายการที่ต้องการคำนวณค่า จนครบทุกช่อง
ถ้าทำถูกต้อง ก็จะได้ผลลัพธ์การคำนวณค่า % ที่ต้องการตามตารางภาพประกอบด้านล่าง
บางเครื่องอาจจะเป็น ทศนิยม ให้เราไปคลิกปรับ Format ตรงวงกลม แล้วเลือก เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้จำนวนค่าเป็น % ตามที่ต้องการ
พื้นฐานการคำนวณของโปรแกรม MS Excel
บางครั้งเราอาจจะไม่ต้องการใช้เครื่องคิดเลข ช่วยในการคำนวณทางตัวเลข หรือทางคณิตศาสตร์ ดังนั้น การใช้ Excel ช่วยในการคำนวณเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับเนื้อหาบทความวันนี้ จะขอเล่าเรื่องการใช้ตารางคำนวณ Excel ในการคำนวณค่าตัวเลขพื้นฐาน สำหรับเป็นการปูพื้นฐานสำหรับคนใช้งานที่สนใจและต้องการหาความรู้เบื้องต้นการใช้งานตารางคำนวณ Excel
พื้นฐาน MS Excel เป็นตารางข้อมูล ที่ให้ผู้ใช้งานป้อนข้อความ ตัวเลข ลงไป จากนั้น ก็ใช้ Function ทางคณิตศาสตร์ ผสมกับความสามารถโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการสั่งให้ทำงานและแสดงผลการคำนวณออกมา เช่น การบวก การบล การคูณ และการหาร นั้นเอง รวมทั้งการคำนวณทางคริตศาสตร์ขั้นสูงอีกหลายๆ ประการ เหมือนวิชาเลข ประมาณนั้น
เริ่มต้นการคำนวณ จากสูตรคำนวณที่ง่ายสุด
สิ่งแรกที่ต้องรู้ในการคำนวณของ Excel คือ เครื่องหมาย =
ทุกๆ ช่องตารางที่คำนวณจะเริ่มต้นด้วย = เสมอ
เพื่อความเข้าใจมากขึ้น ลองเปิด Excel ขึ้นมา แล้ว ทดลองใส่ข้อมูล และตัวเลข เข้าไป ตามภาพประกอบ
โดยช่อง รวมเงิน ให้ใส่ =12*10
แล้วกด Enter จะได้ผลคูณของ 12 * 10 ขึ้นมาให้เราทันที
เราสามารถตรวจสอบสูตร ที่เราใส่เข้าไปได้ โดยการนำเม้าส์ไปคลิกตรงช่องที่เราใส่สูตร ลงไป จากนั้น บริเวณ กรอบของการใส่สูตร จะแสดงสูตร ที่เรากำหนดให้ทำงานขึ้นมาให้ ซึ่งเราสามารถแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนสูตรได้ใหม่ตามต้องการ
ให้เราลอง เปลี่ยนการใส่เครื่องหมายคำนวณ ใหม่เป็นการ บวก ลบ คูณ และหาร บนตาราง Excel เพื่อหาความชำนาณและความคุ้นเคย
เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ ที่แตกต่างกันเล็กน้อย
+ บวก
- ลบ
* คูณ
/ หาร
อย่างไรก็ตามการใส่สูตรคำนวณแบบที่กล่าวมาแล้ว มีข้อเสียคือ กรณีที่ภายหลัง เราต้องการเปลี่ยนค่าของ จำนวน หรือ ราคามีการปรับขึ้นลง เราก็จะต้องมาเสียเวลา แก้ไขค่าตัวเลขในช่อง ผลรวมด้วย เช่นกัน ทำให้วิธีนี้ ไม่ค่อยได้รับความนิยม แล้ววิธีไหนที่แนะนำ
การใส่สูตรคำนวณโดยการอ้างอิง Cell หรือช่องตาราง ค่าตัวเลข ที่ต้องการจะคำนวณ มาดูตัวอย่างกันเลย จากตารางเดิม
ในช่อง รวมเงิน ใส่ค่าเป็น = B2*C2
หมายถึงข้อมูลหรือค่าของตัวเลขที่อยู่ในช่อง B2 ให้คูณ กับค่าตัวเลขในช่อง C2
ข้อดีของการใส่สูตรแบบอ้างอิงเซล แบบนี้คือ เวลาเราเปลี่ยนค่าตัวเลขในเซล เป็นค่าอื่นๆ ในช่องผลรวมก็จะเปลี่ยนแปลงเป็นค่าใหม่ที่ถูกต้อง และสัมพันธ์กับค่า ที่เราบันทึกเข้าไปใหม่ โดยอัตโนมัติทันที
ทำให้สะดวก และรวดเร็วในการทำงานมากกว่า
การใส่งานคำสั่ง Auto Sum เพื่อแสดงผลรวมของตัวเลขอัตโนมัติและรวดเร็ว
ตามตัวอย่าง ในช่องสุดท้ายของเซล ให้เพิ่มข้อความ ยอดรวม จากนั้น ให้นำเม้าส์คลิกระบายคลุม เซลที่ต้องการผลรวมทั้งหมด จากนั้น คลิกที่เมนู Auto Sum
จะได้ผลรวมทั้งหมดให้เราทันที สะดวกและรวดเร็ว
สำหรับพื้นฐานการคำนวณด้วยโปรแกรม MS Excel ก็จะเริ่มต้นจากการคำนวนง่ายๆ ในแบบนี้ไปก่อน เมื่อมีพื้นฐานและคุ้นเคยกับรูปแบบวิธีการ ต่อไปก็จะเริ่มปรับเข้าสู่เนื้อหาการนำนวนที่น่าสนใจทางการเงินและทางบัญชีอื่นๆ ต่อไป
พื้นฐาน MS Excel เป็นตารางข้อมูล ที่ให้ผู้ใช้งานป้อนข้อความ ตัวเลข ลงไป จากนั้น ก็ใช้ Function ทางคณิตศาสตร์ ผสมกับความสามารถโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการสั่งให้ทำงานและแสดงผลการคำนวณออกมา เช่น การบวก การบล การคูณ และการหาร นั้นเอง รวมทั้งการคำนวณทางคริตศาสตร์ขั้นสูงอีกหลายๆ ประการ เหมือนวิชาเลข ประมาณนั้น
เริ่มต้นการคำนวณ จากสูตรคำนวณที่ง่ายสุด
สิ่งแรกที่ต้องรู้ในการคำนวณของ Excel คือ เครื่องหมาย =
ทุกๆ ช่องตารางที่คำนวณจะเริ่มต้นด้วย = เสมอ
เพื่อความเข้าใจมากขึ้น ลองเปิด Excel ขึ้นมา แล้ว ทดลองใส่ข้อมูล และตัวเลข เข้าไป ตามภาพประกอบ
โดยช่อง รวมเงิน ให้ใส่ =12*10
แล้วกด Enter จะได้ผลคูณของ 12 * 10 ขึ้นมาให้เราทันที
เราสามารถตรวจสอบสูตร ที่เราใส่เข้าไปได้ โดยการนำเม้าส์ไปคลิกตรงช่องที่เราใส่สูตร ลงไป จากนั้น บริเวณ กรอบของการใส่สูตร จะแสดงสูตร ที่เรากำหนดให้ทำงานขึ้นมาให้ ซึ่งเราสามารถแก้ไข หรือปรับเปลี่ยนสูตรได้ใหม่ตามต้องการ
ให้เราลอง เปลี่ยนการใส่เครื่องหมายคำนวณ ใหม่เป็นการ บวก ลบ คูณ และหาร บนตาราง Excel เพื่อหาความชำนาณและความคุ้นเคย
เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ ที่แตกต่างกันเล็กน้อย
+ บวก
- ลบ
* คูณ
/ หาร
อย่างไรก็ตามการใส่สูตรคำนวณแบบที่กล่าวมาแล้ว มีข้อเสียคือ กรณีที่ภายหลัง เราต้องการเปลี่ยนค่าของ จำนวน หรือ ราคามีการปรับขึ้นลง เราก็จะต้องมาเสียเวลา แก้ไขค่าตัวเลขในช่อง ผลรวมด้วย เช่นกัน ทำให้วิธีนี้ ไม่ค่อยได้รับความนิยม แล้ววิธีไหนที่แนะนำ
การใส่สูตรคำนวณโดยการอ้างอิง Cell หรือช่องตาราง ค่าตัวเลข ที่ต้องการจะคำนวณ มาดูตัวอย่างกันเลย จากตารางเดิม
ในช่อง รวมเงิน ใส่ค่าเป็น = B2*C2
หมายถึงข้อมูลหรือค่าของตัวเลขที่อยู่ในช่อง B2 ให้คูณ กับค่าตัวเลขในช่อง C2
ข้อดีของการใส่สูตรแบบอ้างอิงเซล แบบนี้คือ เวลาเราเปลี่ยนค่าตัวเลขในเซล เป็นค่าอื่นๆ ในช่องผลรวมก็จะเปลี่ยนแปลงเป็นค่าใหม่ที่ถูกต้อง และสัมพันธ์กับค่า ที่เราบันทึกเข้าไปใหม่ โดยอัตโนมัติทันที
ทำให้สะดวก และรวดเร็วในการทำงานมากกว่า
การใส่งานคำสั่ง Auto Sum เพื่อแสดงผลรวมของตัวเลขอัตโนมัติและรวดเร็ว
ตามตัวอย่าง ในช่องสุดท้ายของเซล ให้เพิ่มข้อความ ยอดรวม จากนั้น ให้นำเม้าส์คลิกระบายคลุม เซลที่ต้องการผลรวมทั้งหมด จากนั้น คลิกที่เมนู Auto Sum
จะได้ผลรวมทั้งหมดให้เราทันที สะดวกและรวดเร็ว
สร้างแผนที่แบบ Interactive ด้วย Leaflet
การออกแบบและพัฒนาแอพด้านภูมิสารสนเทศ สำหรับหน่วยงานหรือองค์กร ในประเทศไทย หลังจากที่กระผม Admin ได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนาด้าน GIS ที่จัดโดย ESRI ประเทศไทย ซึ่งต้องยอมรับว่า ระบบโปรแกรม GIS ของ ESRI คือ ArcGIS นั้น มีประสิทธิภาพและความน่าสนใจในการใช้งานกับหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ มากๆ เลยครับ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ที่หลายคนอาจจะได้แค่มองหรือจินตนาการ หรืออยากจะมองทางเลือกอื่นๆ แบบ OPen Source กัน
เท่าที่ทราบก็จะมี QGIS
แต่ถ้าใครต้องการจะใช้งานส่วนตัวหรือส่วนองค์กรจริงๆ หรือไม่ต้องการจะใช้งานจริงๆ แต่แค่ต้องการจะศึกษา ผมเองก็ Stubborn On คลิบสอนการใช้งานระบบ Free Gis ที่น่าสนใจตัวหนึ่งเหมือนกัน แม้ว่าดูแล้ว อาจจะต้องเสียเวลาในการศึกษา การทดลอง และฝึกเขียน Script ควบคุมการทำงาน แต่ก็ถือเป็นเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจและน่าลองอีกตัว หนึ่ง ก็เลยถือโอกาสเอามาลงในบล็อก เผื่อว่าจะมีคนสนใจครับ
โปรแกรมที่ว่านี้ จุดเด่น คือ
มีขนาดเล็กนิดเดียว จึงประมวลผลได้รวดเร็ว
รองรับการทำงานบน Smart Phone ซึ่งถือว่าสำคัญเลย เพราะแทรนด์นี้ฮิตมากในปัจจุบัน และในอนาคต ครับ
เรียกกันว่า หากพัฒนาแอพออกมาแล้ว ไม่รองรับ Mobile ด้วย ปัจจุบันถือว่า Out อย่างแรง
สนใจการใช้งานก็ดูเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ของผู้พัฒนาครับ
http://leafletjs.com/index.html
การใช้งานแผนที่ฐาน จะดึงมาจาก Open Street Map ของเว็บ OpenLayer น่าจะใช้งานฟรีครับ ก็เป็นเบสแมพที่เห็นทั้งโลก
ส่วนการดึงแผนที่ ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับ แผนที่ประเทศไทย คงต้องคุยกันอีกต่อยาว นิดๆ
การใช้งาน คำแนะนำเริ่มจากง่ายๆ ในการดึงแผนที่มาแสดง จากนั้น เป็นการเขียนคำสั่ง Marker หรือปักหมุดพิกัด ที่ต้องการ และการใส่ค่าคำบรรยาย Lable
ลืมบอกไป แอพนี้เขียนด้วย JS ภาษาจาว่า นะครับ
รายละเอียด เช่น ตัวอย่างการใช้งาน และเอกสาร และคำแนะนำต่างๆ ก็ดูได้ในเว็บของคนพัฒนา ส่วนในยูทูป ก็มีคนไทยคนเก่ง สอนการใช้งานบ้างนิดหน่อย ก็ลองสืบค้นดูครับ
เท่าที่ทราบก็จะมี QGIS
แต่ถ้าใครต้องการจะใช้งานส่วนตัวหรือส่วนองค์กรจริงๆ หรือไม่ต้องการจะใช้งานจริงๆ แต่แค่ต้องการจะศึกษา ผมเองก็ Stubborn On คลิบสอนการใช้งานระบบ Free Gis ที่น่าสนใจตัวหนึ่งเหมือนกัน แม้ว่าดูแล้ว อาจจะต้องเสียเวลาในการศึกษา การทดลอง และฝึกเขียน Script ควบคุมการทำงาน แต่ก็ถือเป็นเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจและน่าลองอีกตัว หนึ่ง ก็เลยถือโอกาสเอามาลงในบล็อก เผื่อว่าจะมีคนสนใจครับ
โปรแกรมที่ว่านี้ จุดเด่น คือ
มีขนาดเล็กนิดเดียว จึงประมวลผลได้รวดเร็ว
รองรับการทำงานบน Smart Phone ซึ่งถือว่าสำคัญเลย เพราะแทรนด์นี้ฮิตมากในปัจจุบัน และในอนาคต ครับ
เรียกกันว่า หากพัฒนาแอพออกมาแล้ว ไม่รองรับ Mobile ด้วย ปัจจุบันถือว่า Out อย่างแรง
สนใจการใช้งานก็ดูเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ของผู้พัฒนาครับ
http://leafletjs.com/index.html
การใช้งานแผนที่ฐาน จะดึงมาจาก Open Street Map ของเว็บ OpenLayer น่าจะใช้งานฟรีครับ ก็เป็นเบสแมพที่เห็นทั้งโลก
ส่วนการดึงแผนที่ ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับ แผนที่ประเทศไทย คงต้องคุยกันอีกต่อยาว นิดๆ
การใช้งาน คำแนะนำเริ่มจากง่ายๆ ในการดึงแผนที่มาแสดง จากนั้น เป็นการเขียนคำสั่ง Marker หรือปักหมุดพิกัด ที่ต้องการ และการใส่ค่าคำบรรยาย Lable
ลืมบอกไป แอพนี้เขียนด้วย JS ภาษาจาว่า นะครับ
รายละเอียด เช่น ตัวอย่างการใช้งาน และเอกสาร และคำแนะนำต่างๆ ก็ดูได้ในเว็บของคนพัฒนา ส่วนในยูทูป ก็มีคนไทยคนเก่ง สอนการใช้งานบ้างนิดหน่อย ก็ลองสืบค้นดูครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)














