วิธีการควบคุมตารางข้อมูล Add, Update, and Delete

วิธีการสร้างแอพด้วย Appsheet นั้น 
เราสร้างง่ายมากครับ เพียงมีแค่ตารางฐานข้อมูล ที่เราจะเรียกว่า Sheet หรือแผ่นงาน Excel นั้นเอง 
เราดึง table หรือตารางข้อมูล เพื่อเข้ามา ควบคุม บริหารและจัดการข้อมูล ผ่านหน้าจอแอพ นั้นเอง 

วันนี้ เราจะมาดูว่า การควบคุม หรือจัดการ ดาต้า ในเรื่องการ เพิ่มข้อมูล  การปรับปรุงข้อมูล  หรือ การลบข้อมูล แถว ของตารางนั้น สามารถ ทำได้อย่างไร 
ขั้นแรก ให้ไปที่ Data > Tables tab

การควบคุมแผ่นงานไหม หรือตารางย่อย ของตารางหลัก สามารถควบคุมด้วยความระมัดระวัง โดยไปที่แท็บ Slices

การควบคุมขั้นสูง สามารถใช้คำสั่งเงื่อนไขแบบโต้ตอบ กับผู้ใช้งาน ในการควบคุม การใช้งานตารางข้อมูล คลิกที่รูป icon ขวดวัดปริมาตร เล็ก หรือ The Flask

การกำหนดเงื่อนไข จะมี 2 กรณี ได้แก่
อนุญาตการปรับปรุงหรือแก้ไข ข้อมูลเฉพาะบางคนเท่านั้น ปกติก็คือ admin หรือคนดูแลระบบ
อนุญาตการปรับปรุงข้อมูลบางแถว แต่ไม่อนุญาตแถวอื่นๆ

อนุญาตการเพิ่มข้อมูล แต่ไม่เห็นข้อมูลเดิม

กรณีนี้ เราอาจจะต้องการเก็บข้อมูล จากผู้ใช้งานทั่วไป และไม่ต้องการให้เห็นว่ามีข้อมูลเก่าเท่าใดแล้ว
สามารถเลือก จากคำสั่ง โดยไปที่แท็บ ตาราง DATA>TAble มองหา security section เลือกซ่อนแถวข้อมูลที่มีอยู่ Hide Existing Rows


ถ้าเลือก ตัวเลือกนี้ ข้อมูลเดิม จากตาราง ก็จะไม่ถูก Read


วิธีใช้งานนิพจน์ Expressions: The Essentials

การเขียนแอพ ต้องมีตรรกะ หรือหลักเหตุผล ไหม ภาาาการพัฒนาแอพ คือ นิพจน์ ประโยคสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ การคำนวณ การทำงานของภาษาคอมพิวเตอร์ 
แนวความคิด 
คุณสามารถ คำนวน ค่าใหม่ จาก ค่าเดิมที่เกิดจาการการใช้ นิพจน์ 

มีหลายแห่งในการทำแอพ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับวิธีการใช้  Expressions เพื่อให้แอพทำฃสนตามที่เราต้องการ และ การควบคุมการใช้งานในระดับเหนือ เช่น การใช้สูตร หรือ Formulas 
ข้อจำกัดการป้อนข้อมูลของคอลัมน์ 
ใครอยากขุดลึก ๆ เรื่องเนื้อหาของ Expressions ลองตามลิงค์ตัวอย่างแอพ ตัวนี้ดูนะครับ  Quote Calculator

AppSheet จะตรวจสอบเงื่อนไขนิพจน์ ให้ถูกต้องก่อนใช้งานเสมอ เช่น การใช้สูตร เพื่อให้เพิ่มค่าอัตโนมัติ ลงในช่องคอลัมน์ ข้อมูล 

เช่น ช่องป้อนข้อมูลเป็นตัวเลข Number 

มีรูปแบบเงื่อนไข จำนวนมากในการใช้งาน ตามวัตถุประสงค์และความต้องการของคนทำแอพ

โดยการระบุเงือ่นไข จะมีตัวช่วยในการเขียนเงื่อนไขนิพจน์ 
หลักๆ ที่แนะนำให้ลองใช้งาน 
1 การควบคุมข้อมูลในการบันทึกหรือ ป้อนเข้ามาในตารางข้อมูล
และอีก 1 อัน คือ DeepLink เพื่อไปยังแอพอื่นๆ หรือไปยังมุมมอง อื่นๆ 

ใครเคยใช้งานสูตรใน Ms Excel ก็จะเห็นว่า AppSheet จะใช้รูปแบบ โครงสร้าง syntax ที่คล้ายคลึงกันมากๆ 
อ่านอย่างเดียว ไม่เอาไปฝึก ก็ งั้นๆ ไม่มีประโยชน์ เท่าไร 
การเขียนเงื่อนไข 
อาจจะผสมระหว่าง
ข้อบังคับ 
ตัวเลข จำนวนเต็ม จำนวนเต็มบวก เต็มลบ
วันที่ และเวลา ในเครื่องหมายคำพูด Double qoutes เช่น  MM/DD/YYYY เวลา HH:MM:SS. ตัวอย่าง , "12/31/1999" and "10:15:00".

ข้อความในเครื่องหมาย "" เช่นกัน 
คอลัมน์ของตารางข้อมูล

ใช้อ้างชื่อคอลัมน์ตารางในเครื่องหมาย [] 

ลิงค์เพิ่มเติมในการเขียนการฝึกการใช้งานเงื่อนไข ตามที่เราต้องการ 

วิธีควมคุมการทำงานของแอพ Behavior: The Essentials

การออกแบบและสร้างแอพที่ Appsheet ส่วนตวบคุมหน้าจอการทำงาน ส่วนติดต่อกับผู้ใช้งาน ให้มีรูปแบบและวัตถุประสงค์ตรงตามความต้องการของคนสร้าง 

แยกกลุ่ม 3 กลุ่ม นะ
  1. การเลื่อนหน้าวิว หรือหน้าจอแสดงผล ภาษาแอพคือ navigate 
  2. การปรับแต่งดาต้า 
  3. การสื่อสารเชื่อมโยงภายนอกแอพ น่าจะหมายถึงส่งเมล แชร์ข้อมูลผ่าน Social MEdia ต่างๆ 

ค่าเริ่มต้น 
appsheet ฉลาดมากพอที่จะกำหนดค่าเริ่มต้น ให้กับแอพที่กำลังพัฒนา โดยอาศัยโครงสร้างดาต้า หรือข้อมูล ของตารางฐานข้อมูล  Sheet นั้นเอง 
แน่นอนว่า เราสามารถที่จะเปลี่ยนและแก้ไข ค่าเหล่านี้ได้เสมอ จากเมนู Behavior ซ้ายมือหน้าจอการพัฒนาแอพ นั้นเอง 

หลักคิดหลักๆ ของการทำงานคือ Action หรือ ตัวดำเนินการ  ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะของแอพ  การกระทำบางส่วนเป็น Action ที่ทาง Appsheet กำหนดให้เอง เรียนภาษาพัฒนาว่า System-defined ซึ่งเราสามารถเข้าไปปรับแต่งได้ หรือ เราจะสร้างเองขึ้นมาใหม่ก็ทำได้ 

ขั้นตอนการทำงานของแอพ Workflow เป็นอีกรูปแบบของ ตัวดำเนินการ เช่นกัน นะ 

สามารถแก้ไข ปรับแต่งได้เช่นกัน 

ตัวอย่างการใช้งาน Workflow ได้แก่ การส่ง SMS และข้อความแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งาน 

ซึ่งจะมีทางเลือกการทำงาน ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ เช่น เมื่อมีการแก้ไข หรือ update ข้อมูล ให้มีการส่ง SMS หรือ Email ตามปฏิทินเวลาที่กำหนด 

ส่งข้อความเข้ามือถือผู้ใช้งาน 
การเปลี่ยนดาต้า

นอกจากนั้น เวลาที่ไม่ได้ซิงค์ข้อมูลหรือ ไม่ได้เชื่อฐานข้อมูล ภาษาแอพคือ Offline เราสามารถกำหนดค่า การกระทำนั้นได้ 

ซึ่งในโอกาสต่อไป จะได้หาข้อมูล เรื่องการ SMS การส่งข้อความแจ้งเตือน เข้าหน้าจอมือถือ 


วิธีกำหนดหน้าตาของแอพ UX: The Essentials

หน้าตาขอกแอพ เลือกได้ และปรับแต่งเองได้บ้าง ผ่านเมนูที่ชื่อว่า UX: 
และคำศัพท์ในการพัฒนา ที่เขาใช้งานกันคือ View แปลตรงตัวตามไทย คือ มุมมอง  
โดย Appsheet ได้เตรียมหน้าตา หรือรูปแบบการแสดงผล 5-6 แบบด้วยกัน คือ เท่าที่จำได้นะครับ 
แบบ Desk คือแบบ โต้ะไหม มีหน้ากว้าง ๆ พื้นที่ โล่ง ๆ 
แบบ Table คือ จัดรูปแบบด้วยตาราง แต่ ไม่เห็นเส้นตาราง นะ hide line table 
Form
CAlendar ปฏิทิน 
MAp แผนที่ 
Chart แผนผัง 
Galary อัลบัม เหมาะแอพพวกแสดงรูปภาพไหม 
Dashboard แผ่นงาน 


เอาเป็นว่า ลองเลือกดู ให้มันเหมาะกับข้อมูลของเรา และความต้องการ ความชอบ ส่วนตัวของเรา ครับ 

สร้างบ้านตามใจผู้อยู่ คงเคยได้ยินกัน ใช่ไหม อิอิอิ
การสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้งาน เป็นอีก 1 แนวคิด ที่ทำแอพประสพความสำเร็จ 
ส่วนตัวแอดเอง ชอบง่าย เพราะง่ายคือ สร้างสรรค์ 555

บอกความเป็นตัวตนของคุณผ่าน UX 
อื่นๆ ของ UX ผู้ใช้งาน สามารถปรับสีแม่แบบ อักษร รวมทั้งควบคุม ลำดับ การแสดงข้อมูลจากตาราง 


columns are ordered

Barcode Scanner วิธีการสแกนบาร์โค่ด

การทำแอพ หรือทำฐานข้อมูล จะต้องมี อย่างน้อย 1 คีย์หลักของตาราง ที่ตัวเลขค่า จะต้องไม่ซ้ำกัน Key และ Unique 
ปกติก็จะเป็น รหัสประจำตัว ปชช. 13 หลัก
เบอร์โทรศัพท์ 
รหัสสินค้า เป็นต้น 

อาจจะเป็นตัวเลข อย่างเดียว หรือ ข้อความอย่างเดียว หรือ ลูกผสม ทั้งตัวเลขและตัวอีกษรผสมกัน 

จากนั้น จะแปลงข้อความ หรือ ตัวเลขรหัสรายการ เป็นแท่งรหัสบาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด 

จากนั้น ใช้อุปกรณ์ อ่านรหัส บาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด ในการอ่านข้อมูล เพื่อนำเข้าข้อมูล เพื่อการสืบค้นข้อมูล เป็นต้น 

กล้องโทรศัพท์มือถือ ของทุกคน ใช้ถ่ายรูปและถ่ายวีดีโออย่างเดียว มันก็ดูไม่คุ้มค่า ลองใช้งานกล้องมือถือ ทำงานคล้ายๆ อุปกรณ์อ่านรหัสบาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด ได้ไหม 

ตอบได้เลยว่า ได้ครับ และทำได้ดี ไม่แพ้อุปกรณ์ สำหรับบันทึกและอ่านอ่าบาร์โค้ด โดยตรงเลยไหม ก็น่าจะดีกว่านะ 
เพราะ กล้องมือถือ อ่านค่าแล้ว สามารถบันทึก หรือ ส่งข้อมูลไปยัง Cloud Server น่าจะง่าย รวดเร็ว กว่าอุปกรณ์ในการอ่านค่าบาร์โค้ด 

ในการสร้างแอพ sheet 
ก็จะมีความสามารถของการ ใช้กล้อฃมือถือ ในการสแกนบาร์โค่ด ในการบันทึก ค้นหา ข้อมูล ได้เช่นกัน 
ในหลังบ้านการพัฒนาแอพ ไปที่ Table หรือ ตารางฐานข้อมูล ที่กำลังพัฒนา 
โครงสร้างตาราง หรือ column structure 
เลือก คอลัมน์ที่ต้องการกำหนดค่า ในการสแกน รหัสบาร์โค้ด 
คลิก OTHER ภาษาไทย คือ อื่นๆ 
เลือก Scanable หมายถึง สามารถสแกนได้ 

ตั้งค่าแล้ว ก็ลองทดสอบดูสิครับ 
ได้ 2 วิธีด้วยกัน คือ 
บนมือถือ และบนคอมพิวเตอร์  สะดวกแบบไหนก็เลือกแบบนั้น น่าจะได้ผลเท่ากัน 
แต่แนะนำให้ลองทั้งสองแบบ 

การอ่านบาร์โค้ด ผ่านโปรแกรมเว็บ หรือภาษาพัฒนา เรียกว่า Browser จะไม่รองรับ นะ แต่ ต้องใช้ตัวช่วยจำลองหน้าจอของ Appsheet หรือ Emulatot บนหน้าจอทำแทน 

ส่วน ทดสอบบนมือถือ จะรองรับ และสะดวกกว่า เลยนะ 

ข้อจำกัดการสแกนรหัสบาร์โค้ด
รองรับ กล้องหลักของมือถือ 
รองรับค่า QR-CODE แบบแถวเดียว เท่านั้น ถ้าแบบหลายบรรทัด ยังไม่รองรับ

ใช้โปรแกรม ท่องเน็ตในการสแกนไม่ได้ จะแสดงค่า  "111122333"

รูปแบบค่าบาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด ที่ AppSheet รองรับ ได้แก่
  • UPC-A and UPC-E
  • EAN-8 and EAN-13
  • QR Code
  • Interleaved-Two-of-Five (ITF)
  • Code 39
  • Code 93
  • Code 128
  • Codabar
  • Data Matrix
  • PDF 417



Capturing Images จับภาพแอพชีท

จับภาพลงคอลัมน์ image ในตาราง และ show ในหน้าจอแอพ 
ในการออกแบบตาราง ตั้งชื่อคอลัมพน์ว่า รูปภาพ หรือ image 
ในส่วนของ Appsheet การจัดการตาราง เลือกชนิดคอลัมน์เป็นรูปภาพ หรือ image 
ที่เหลือ ระบบจะจัดการให้ ไม่ต้องทำอะไร ง่ายไปไหม แต่มันก็แบบนั้น แหละ

จะเอากี่รูปกี่แบบก็ตั้งชื่อคอมลัมน์ในตารางเป็น รูปภาพ 1 รูปภาพ 2 รูปภาพ 3

จะเอารูปย่อ หรือ รูปปกติ อันนี้แหละ แอพ ต้องให้เรา เลือกการตั้งค่า นิดหนึ่ง จากหลังบ้านการพัฒนาแอพไปที่เมนู ชื่อว่า Data > Column Structure tab

มือถือ Android จับภาพ
ระบบจะขึ้นปุ่ม icon กล้องเล็ก ให้นะครับ แตะเข้าไป จะถ่ายสด ๆ หรือ จะเลือก แหล่งภาพ จาก ไฟล์ภาจของ มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ กรณีทำบนคอม ก็จะได้

สำหรับระบบ iOS ก็จะเปิดกล้องได้เลย ว่างั้น ไม่ได้ลองนะ ไม่มี iphone 5555

สำหรับ โปรแกรมท่องเน็ต เช่น Chrome or IE

เปิดแอพที่พัฒนา ขึ้นมา จะมี icon การจับภาพ ให้แตะ แล้ว จะเข้าไปเลือกไฟล์รูปภาพ เข้ามาได้ ส่วน กรณีมีกล้องในตัว ไม่แน่ใจ ว่ามันรองรับหรือเปล่า ต้องลองกันเอง แล้วมาเล่าให้ฟังด้วย ถ้ามีโอกาส

เลือกว่าจะเชื่อมตารางข้อมูล หรือภาษาพัฒนาคือ ซิงค์ข้อมูลกันเลยไหม ขึ้นกับ speed เน็ต นิดหน่อย


การควบคุม ขนาดรูปภาพ ทำได้ที่เมนู Editor > UX > Options > Image
ค่าปกติคือ 600 พิกเซล
ต่ำ 200 พิกเซล
กลาง 800 พิกเซล
สูง 1600 พิกเซล
Full เต็มขนาดจากกล้อง ไม่แน่นำนะ มันโหลดนาน และกล้องรุ่นใหม่ มันถ่ายโครตละเอียด และสวยงาม อาจจะหลาย MB มันจะทำให้แอพ ค้างได้ นะ

ระบบจับภาพ ทำงานยังงัย
จำเป็นต้องรู้ไหม 55555
ทุกภาพจะเก็บที่ความละเอียดสูงสุด บนมือถือของคนที่ถ่าย
จากนั้น แอพจะซิงค์ข้อมูลภาพไปเก็บไว้ที่ระบบฐานข้อมูลที่เขาเรียกกันว่า ก้อนเมฆ หรือ Cloud Server นั้นเอง ในขนาดความละเอียดที่เล็กลง เพื่อให้สามารถเรียกดูได้บนมือถือ นั้นเอง

รูปภาพที่เก็บในฐานข้อมูล Cloud ปกติจะแยกเก็บ และแอพ มันฉลาดพอที่จะสร้างแฟ้มเก็บภาพให้เรา ในแฟ้มรอง หรือภาษาอังกฤา คือ Sub Directory นั้นเอง
ค่ากำหนด คือ {TableName}_Images by default.

ถามว่า ว่างพอที่จะระบุแหล่งภาพที่ต้องการจัดเก็บไหม ได้ไหม แน่นอนทำได้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับความขยันของแต่ละคน
ถ้าแอพ ไม่ได้ต่อกับ Cloud Server Storage จะเก็บภภาพที่ไหน
อืมๆๆๆๆ
ไม่แนะนำ ขอผ่าน
ภาพทุกภาพที่บันทึก จะได้ชื่อที่มันแตกต่างกัน หรือ Unique
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ สำหรับคนที่หามันเจอ ฝากกดไลท์ กดแชร์ให้ด้วย หากเห็นว่ามีประโยชน์
ขอบคุณมากๆ คราบ
thaifreewaredownload.com




วิธีสร้างแอพโดยใช้ข้อมูลจากตาราง Excel Office 365 and SharePoint

โปรแกรมตารางคำนวณ สามารถใช้ข้อมูลในการสร้างแอพ เพื่อ เรียกดู ค้นหา แก้ไ ขผ่านแอพบนหน้าจอมือถือ ได้ โดยใช้ส่วนขยาย ที่มีชื่อเรียกว่า Appsheet add on นั้นเอง 

ไฟล์ เอ๊กเซล ที่รองรับการสร้างแอพบน appsheet คือไฟล์ .xlsx ส่วนไฟล์นามสกุล .xls,.xlsm จะไม่รองรับ 
ทางเลือก นอจจากใช้ส่วนขยายแล้ว ยังสามารถเลือกตารางข้อมูล ในการเปิด app editor ขึ้นมาได้ เช่นกัน 
ปกติ จะเป็น Ms Excel 365 ใน OneDrive นะครับ จึงเลือก OneDrive 

 
ใน OneDrive จะมีไฟล์ตารางข้อมูล Excel ที่เราเตรียมไว้สร้างแอพ ให้เลือกเปิดเข้ามาในแอพได้ 

ข้อควรรู้ การใช้งาน 
Office 365 ถ้าผู้ใช้งานหรือ admin เปิดใช้งานโปรแกรม และแก้ไขค่าตารางข้อมูล ในส่วนของ appsheet จะไม่สามารถ update ข้อมูลได้ 

ถ้าเป็น Sharepoint นั้น appsheet จะสามารถเชื่อมต่อใช้งานกับไฟล์ที่อยู่ใน Drive หลัก Default เท่านั้น ส่วนดาต้า หรือเนื้อหาอื่นๆ ที่สร้างและเก็บไว้ นอกเหนือ Drive หลักแล้ว Appsheet ไม่สามารถเชื่อมต่อ และใช้งานได้ 

อย่างไรก็ตาม ในการเชื่อมต่อ ระหว่าง Excel 365 กับ Appsheet ผู้ใช้งาน อาจจะจำเป็นต้องอนุญาตการเข้าถึงข้อมูล จาก Appsheet