วิธีแสดงรูปภาพและเอกสาร Images and Documents

การสร้างแอพ มักจะมีข้อมูลที่เป็นไฟล์รูปภาพ และไฟล์เอกสาร มาเกี่ยวข้อง บทความนี้ เรามาศึกษา ความรู้ และวิธีการ แสดงภาพ และไฟล์เอกสาร ในแอพ ที่พัฒนาด้วย Appsheet กัน 

การเก็บไฟล์ภาพ 

สามารถแสดงไฟล์ภาพ และ เอกสาร ในแอพ 
รูปภาพ จะต้องเก็บในคอลัมน์ รูปภาพ หรือ image ในตาราง นะ 
สำหรับไฟล์เอกสาร จะเก็บในคอลัมน์ File ชนิด รูปภาพ หรือ เอกสาร image or document อาจจะเป็นลิงค์ URL หรือชื่อไฟล์ 

ค่าของ URL 
เก็บ URL ลิงค์ ต้องมั่นใจว่า เข้าถึงได้ ไม่มีข้อห้าม หลายครั้ง คนพัฒนาเข้าถึงได้ แต่ผู้ใช้งานเข้าไม่ได้ 
เช่น ไฟล์ภาพ จาก Facebook เจ้าของจะเข้าถึงได้ ทุกกรณี แต่คนอื่นๆ ไม่ใช่ ดังนั้นต้องกำหนดค่า การเข้าถึง แบบ Public คือทุกคนเข้าถึงได้ 

ถ้าเป็นไฟล์รูปภาพที่เก็บบน Google drive ต้องเลือก ลิงค์ที่แชร์และเข้าถึงได้ทุกคน 

รูปภาพ จาก คอมพิวเตอร์ หรือ มือถือส่วนตัว appsheet จะเข้าไม่ถึง จำเป็นต้องมีการอัพโหลดไปแหล่งเก็บไฟล์ภาพออนไลน์ เช่น Google drive หรือ Onedrive เป็นต้น 

เก็บชื่อไฟล์ภาพหรือไฟล์เอกสาร 

## เก็บได้ เมื่อไฟล์ภาพ หรือเอกสารนั้น อยู่บนระบบ Cloud Server ที่ appsheet รู้จัก 

ใน Editor ของการพัฒนาแอพ จะมีปุ่ม Browse เพื่อเข้าไปเลือกไฟล์ภาพ หรือ เอกสาร ใน Cloud Server ของเรา 

ถ้ามีการระบุชื่อไฟล์ภาพ หรือไฟล์เอกสาร ในตารางดาต้า ไฟล์ ควรจะอยู่ในโฟลเดอร์ เดียวกันกับไฟล์ ดาต้า นั้น เช่น  ไฟล์ดาต้าที่  /appsheet/data/MyApp ถ้ามีรูปภาพ จะถูกเก็บไว้ที่ image MyImage.jpg ในโฟลเดอร์เดียวกัน

ไม่อยากเก็บไฟล์ภาพ ไฟล์ตามที่แอพกำหนด เลือกเองได้ โดยสามารถระบุ โฟลเดอร์ใหม่ เพื่อเก็บไฟล์ภาพตามที่เราต้องการได้

ตอบข้อสงสัย ผมด้วย ตนอแรก
กล้องมือถือ ถ่ายภาพ ชัดมาก ไฟล์ใหญ่มาก แต่เมื่อนำมาใช้งานกับ appsheet ระบบจะลดขนาดลงเหลือที่ 600px
ขนาดไฟล์ภาพแนะนำคือ 600 x 600 px

การเลือกสไตล์รูปภาพ
fill with crop จะเหมาะสำหรับรูปภาพส่วนบุคคล
Fit with scale นิยมใช้กับโลโก้ คือจะปรับพอดีส่วนบน
ส่วน Background จะใช้ภาพเป็นฉากหลัง

ในการเตรียมไฟล์ภาพสำหรับใช้งานกับ Fill mode นั้น ขนาดไฟล์ภาพต้นฉบับ แนะนำให้เตรียมมาขนาด 768 x 400 px

การแสดงภาพใน google sheet
จะต้องเพิ่ม คอลัมน์อีก 1 คอลัมน์ ขึ้นมา แล้วใช้สูตร ช่วยในการดึงภาพขึ้นมาแสดง

Format:

=CONCATENATE("https://www.appsheet.com/template/gettablefileurl?appName=", ENCODEURL("AppName-Account#"), "&tableName=", ENCODEURL("TableName"), "&fileName=", ENCODEURL(+ImageColumnCell)) 

ตัวอย่าง:

=CONCATENATE("https://www.appsheet.com/template/gettablefileurl?appName=", ENCODEURL("Inventory-114348"), "&tableName=", ENCODEURL("Orders"), "&fileName=", ENCODEURL(+B2))) 



การหาชื่อแอพ รวมทั้งที่อยู่ URL ไฟล์ภาพ ดูที่ช่องที่อยู่ของ editor

หาชื่อตาราง
ไปที่ Data >> Tables

การฝังรูปภาพ Previe ภาพลงในช่องคอลัมน์ google sheet

Format:

=IMAGE(CONCATENATE("https://www.appsheet.com/template/gettablefileurl?appName=", ENCODEURL("AppName-Account#"), "&tableName=", ENCODEURL"TableName"), "&fileName=", ENCODEURL(+ImageColumnCell))) 

ตัวอย่าง :

=IMAGE(CONCATENATE("https://www.appsheet.com/template/gettablefileurl?appName=", ENCODEURL("Inventory-114348"), "&tableName=", ENCODEURL("Orders"), "&fileName=", ENCODEURL(+B2))) 


ถ้าเราสร้างแอพ และมีการสร้างลิงค์ URL ไฟล์ แล้ว ลิงค์จะทำงาน ไม่นาน ยกเว้นเราจะไปยกเลิกการตั้งค่า การ รปภ. security option ให้เป็น no “Require Image and File URL Signing.”

ถ้าเราไม่ติ้กเลือก รายการนี้ แอพของเรา ก็จะมีความปลอดภัยน้อย ลง ผู้ใช้งาน อาจจะเข้ามา แก้ไขแอพ โดยไม่ตั้งใจ หรือ ตั้งใจได้ ก็ต้องพิจารณา ให้ดี

ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ต้อง ติ้กออก นะ


การแสดงภาพใน SmartSheet

อีกหนึ่งบริการไฟล์ตารางออนไลน์ใน cloud เดาเอา ว่า คล้ายๆ กับ Google drive / google sheet

แต่จริงๆ แล้ว ก็แตกต่างกันบ้าง ในเรื่องของการจัดเก็บ และการให้แสดงผล

เอาจริงๆ ผมก็ยังไม่มี account ของ Smartsheet จึงขอละไปก่อน มีเวลาและโอกาส จะทดสอบและมาเล่าต่อ


Image Caching การเก็บไฟล์ภาพชั่วคราว



ระบบจะเก็บไฟล์ภาพชั่วคราวไว้ที่ Cloudflare เพราะถ้าเก็บโดยตรงที่ server ของ Appsheet จะมีราคาแพง และแพงมากขึ้น หากมีการปรับขนาดภาพและแสดงผล


ถ้าเรา ใช้ภาพซ้ำ ไฟล์ URL ของภาพนั้น จะอัพเดท และเราจะเห็นภาพอัพเดท ต่อเมื่อ ไฟล์ภาพนั้น ออกจาก ระบบภาพชั่วคราวของ Cloudflare


ถ้าเราเปิดค่า "Secure Image Access" ระบบจะไม่เก็บภาพในระบบชั่วคราวที่ Cloudflare และการแสดงผลภาพจะได้รับความยากลำบาก โดยเราสามารถเปิดใช้งาน "Secure Image Access" โดยไปที่ Security > Options



วิธีใช้งานข้อมูล คอลัมน์ Columns: The Essentials

เมื่อเรามีตารางข้อมูล จะต้องทำความเข้าใจและความความรู้จักกับ แถว และ คอลัมน์ กัน
Row แถว เรียงกันไปเป็นแถวๆ  คณิตเรื่องกราฟ คือ แกน X
Column แท่งแนวตั้งหรือแนวดิ่งไหม ถ้าคณิตเรื่องกราฟ คือ แกน Y 
Concept หรือแนวคิด เรื่องนี้ 
โครงสร้างของคอลัมน์ 
พิจารณาองค์รวมของตาราง แล้ว ตรวจสอบดูข้อมูลของแต่ละ คอลัมน์ ชนิด และคุณสมบัติ หรือ ภาษาในการพัฒนาแอพ เขาจะใช้ว่า type and properties 

ในแอพชีพ ตัวเขียนแอพ Editor 

พื้นฐานคอลัมน์ ชื่อของคอลัมน์ และชนิดของข้อมูล

แต่ละคอลัมน์ต้องมีชื่อ จะไทย หรือ อังกฤษ ก็ได้ โดย Appsheet จะเลือก type หรือชนิดของข้อมูล ตามชื่อของคอลัมน์ที่เรากำหนด เช่น 
รูปภาพ ก็จะได้ type เป็น image 
วันที่ ก็จะได้เป็น  DAte

เป็นต้น 

แน่นอนว่า เราสามารถเลือกชนิดข้อมูลของเราเองได้ หลักๆ ก็จะมี ตัวเลข ข้อความ เป็น วันที่ วันที่และเวลา  เป็นกล่องตัวเลือก หมายเลขโทรศัพท์ 

การเริ่มต้นใช้งาน ควรจะ กำหนดชื่อ และชนิดข้อมูล ที่ต้องการจัดเก็บ ให้ชัดเจน พร้อมวัตถุประสงค์ ในการจัดเก็บ 

**การเปลี่ยนชื่อคอลัมน์ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะว่า จะเกิดข้อผิดพลาดของการทำงานได้ 

ถ้ามีข้อผิดพลาดระหว่าง ตารางข้อมูล และมีข้อความแจ้งเตือนข้อผิดพลาด error เราก็จะต้อง ซิงค์ข้อมูลกันใหม่ ผ่านคำสั่ง Regenerte 

KEYS 
อาจจะเป็นคอลัมน์ที่เก็บข้อมูล รหัสประจำประชาชน 13 หลัก ซึ่งข้อมูลจะต้องไม่ซ้ำกัน   ส่วนชื่อ และนามสกุล อาจจะมีโอกาสซ้ำกัน จึงไม่นิยมใช้นำมาเป็น Keys 


ถ้าผู้ใช้งานเปลี่ยนแปลงดาต้าใดๆ ในแอพ หมายถึงพวกเขาแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล ผ่านระบบจำลองข้อมูล บนอุปกรณ์มือถือของพวกเขา เรียกว่า data cached on device 
เมื่อ มีการซิงค์ข้อมูลกับ Cloud Server ก็จะอัพเดทข้อมูลให้ 

คุณสมบัติ 2 ชนิด Roles and Behaviors 

Role จะทำหน้าที่พิจารณาคอลัมน์ ส่วน Behavior จะทำหน้าที่พิจารณาว่าคอลัมน์จะทำอะไร 

มีคุณสมบัติหลายอย่าง  ที่เราสามารถเปลี่ยนแปลง ทั้ง Role และ Behavior 
คุณสมบัติ ต่างๆ ได้แก่ 

Descriptive คำอธิบายแถว 
INITIAL VALUE ค่าเริ่มต้น 

SEARCHABLE สืบค้นได้ 
SCANABLE สแกนได้
SENSITIVE DATA ข้อมูลสำคัญ 

การฝึก Practice
ให้คนอ่าน ลงชื่อใช้งาน appsheet 
ต้องมีบัญชี gmail หรือ hotmail แนะนำ gmail 

แล้วไป 2 ที่ในแอพ คือ 

เปลี่ยนคุณสมบัติของคอลัมน์ 
เรียนเพิ่มเติม สูตรใน appsheet 

การเปลี่ยนค่า Role ของคอลัมน์ 
Key  ห้ามมีข้อมูลซ้ำ เป็นข้อมูลสำคัญ 
Label   ป้ายกำกับ 
Read-only   อ่านได้เพียงอย่างเดียว 
Hidden   ซ่อน 
ReQuired   จำเป็น ห้ามเป็นค่าว่าง 
DisplayName  แสดงชื่อ 

การเปลี่ยนค่า Behavior ของคอลัมน์ 
กำหนดเงือนไขในการควบคุม การทำอะไรของคอลัมน์ เช่น จำนวนค่าต่ำสุด หรือ มากสุด มีผลเมื่อ หรือ ไม่มีผลเมื่อ จำเป็นเมื่อ หรือ แก้ไขได้ เมื่อ 


min and max length, as well as your Valid_If, Show_If, Required_If, and Editable_If constraints, in the "Edit this column definition" view

แท็บ Show All Properties คลิก เพื่อแสดง คุณสมบัติทั้งหมด
นอกจากนั้น ยังสามารถสร้าง คอลัมน์จำลอง Virtual column ขึ้นมาใช้งาน บางครั้งระบบ ก็จะสร้างคอลัมน์จำลองให้เอง เพื่อ ช่วยการทำงานของแอพ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และความต้องการของผู้สร้าง

** ถ้ามีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง คุณสมบัติต่างๆ จะต้อง update ไปที่ Source Table ต้นทางด้วยเสมอ โดยการคลิกที่ Regenerate




วิธีการควบคุมตารางข้อมูล Add, Update, and Delete

วิธีการสร้างแอพด้วย Appsheet นั้น 
เราสร้างง่ายมากครับ เพียงมีแค่ตารางฐานข้อมูล ที่เราจะเรียกว่า Sheet หรือแผ่นงาน Excel นั้นเอง 
เราดึง table หรือตารางข้อมูล เพื่อเข้ามา ควบคุม บริหารและจัดการข้อมูล ผ่านหน้าจอแอพ นั้นเอง 

วันนี้ เราจะมาดูว่า การควบคุม หรือจัดการ ดาต้า ในเรื่องการ เพิ่มข้อมูล  การปรับปรุงข้อมูล  หรือ การลบข้อมูล แถว ของตารางนั้น สามารถ ทำได้อย่างไร 
ขั้นแรก ให้ไปที่ Data > Tables tab

การควบคุมแผ่นงานไหม หรือตารางย่อย ของตารางหลัก สามารถควบคุมด้วยความระมัดระวัง โดยไปที่แท็บ Slices

การควบคุมขั้นสูง สามารถใช้คำสั่งเงื่อนไขแบบโต้ตอบ กับผู้ใช้งาน ในการควบคุม การใช้งานตารางข้อมูล คลิกที่รูป icon ขวดวัดปริมาตร เล็ก หรือ The Flask

การกำหนดเงื่อนไข จะมี 2 กรณี ได้แก่
อนุญาตการปรับปรุงหรือแก้ไข ข้อมูลเฉพาะบางคนเท่านั้น ปกติก็คือ admin หรือคนดูแลระบบ
อนุญาตการปรับปรุงข้อมูลบางแถว แต่ไม่อนุญาตแถวอื่นๆ

อนุญาตการเพิ่มข้อมูล แต่ไม่เห็นข้อมูลเดิม

กรณีนี้ เราอาจจะต้องการเก็บข้อมูล จากผู้ใช้งานทั่วไป และไม่ต้องการให้เห็นว่ามีข้อมูลเก่าเท่าใดแล้ว
สามารถเลือก จากคำสั่ง โดยไปที่แท็บ ตาราง DATA>TAble มองหา security section เลือกซ่อนแถวข้อมูลที่มีอยู่ Hide Existing Rows


ถ้าเลือก ตัวเลือกนี้ ข้อมูลเดิม จากตาราง ก็จะไม่ถูก Read


วิธีใช้งานนิพจน์ Expressions: The Essentials

การเขียนแอพ ต้องมีตรรกะ หรือหลักเหตุผล ไหม ภาาาการพัฒนาแอพ คือ นิพจน์ ประโยคสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ การคำนวณ การทำงานของภาษาคอมพิวเตอร์ 
แนวความคิด 
คุณสามารถ คำนวน ค่าใหม่ จาก ค่าเดิมที่เกิดจาการการใช้ นิพจน์ 

มีหลายแห่งในการทำแอพ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับวิธีการใช้  Expressions เพื่อให้แอพทำฃสนตามที่เราต้องการ และ การควบคุมการใช้งานในระดับเหนือ เช่น การใช้สูตร หรือ Formulas 
ข้อจำกัดการป้อนข้อมูลของคอลัมน์ 
ใครอยากขุดลึก ๆ เรื่องเนื้อหาของ Expressions ลองตามลิงค์ตัวอย่างแอพ ตัวนี้ดูนะครับ  Quote Calculator

AppSheet จะตรวจสอบเงื่อนไขนิพจน์ ให้ถูกต้องก่อนใช้งานเสมอ เช่น การใช้สูตร เพื่อให้เพิ่มค่าอัตโนมัติ ลงในช่องคอลัมน์ ข้อมูล 

เช่น ช่องป้อนข้อมูลเป็นตัวเลข Number 

มีรูปแบบเงื่อนไข จำนวนมากในการใช้งาน ตามวัตถุประสงค์และความต้องการของคนทำแอพ

โดยการระบุเงือ่นไข จะมีตัวช่วยในการเขียนเงื่อนไขนิพจน์ 
หลักๆ ที่แนะนำให้ลองใช้งาน 
1 การควบคุมข้อมูลในการบันทึกหรือ ป้อนเข้ามาในตารางข้อมูล
และอีก 1 อัน คือ DeepLink เพื่อไปยังแอพอื่นๆ หรือไปยังมุมมอง อื่นๆ 

ใครเคยใช้งานสูตรใน Ms Excel ก็จะเห็นว่า AppSheet จะใช้รูปแบบ โครงสร้าง syntax ที่คล้ายคลึงกันมากๆ 
อ่านอย่างเดียว ไม่เอาไปฝึก ก็ งั้นๆ ไม่มีประโยชน์ เท่าไร 
การเขียนเงื่อนไข 
อาจจะผสมระหว่าง
ข้อบังคับ 
ตัวเลข จำนวนเต็ม จำนวนเต็มบวก เต็มลบ
วันที่ และเวลา ในเครื่องหมายคำพูด Double qoutes เช่น  MM/DD/YYYY เวลา HH:MM:SS. ตัวอย่าง , "12/31/1999" and "10:15:00".

ข้อความในเครื่องหมาย "" เช่นกัน 
คอลัมน์ของตารางข้อมูล

ใช้อ้างชื่อคอลัมน์ตารางในเครื่องหมาย [] 

ลิงค์เพิ่มเติมในการเขียนการฝึกการใช้งานเงื่อนไข ตามที่เราต้องการ 

วิธีควมคุมการทำงานของแอพ Behavior: The Essentials

การออกแบบและสร้างแอพที่ Appsheet ส่วนตวบคุมหน้าจอการทำงาน ส่วนติดต่อกับผู้ใช้งาน ให้มีรูปแบบและวัตถุประสงค์ตรงตามความต้องการของคนสร้าง 

แยกกลุ่ม 3 กลุ่ม นะ
  1. การเลื่อนหน้าวิว หรือหน้าจอแสดงผล ภาษาแอพคือ navigate 
  2. การปรับแต่งดาต้า 
  3. การสื่อสารเชื่อมโยงภายนอกแอพ น่าจะหมายถึงส่งเมล แชร์ข้อมูลผ่าน Social MEdia ต่างๆ 

ค่าเริ่มต้น 
appsheet ฉลาดมากพอที่จะกำหนดค่าเริ่มต้น ให้กับแอพที่กำลังพัฒนา โดยอาศัยโครงสร้างดาต้า หรือข้อมูล ของตารางฐานข้อมูล  Sheet นั้นเอง 
แน่นอนว่า เราสามารถที่จะเปลี่ยนและแก้ไข ค่าเหล่านี้ได้เสมอ จากเมนู Behavior ซ้ายมือหน้าจอการพัฒนาแอพ นั้นเอง 

หลักคิดหลักๆ ของการทำงานคือ Action หรือ ตัวดำเนินการ  ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะของแอพ  การกระทำบางส่วนเป็น Action ที่ทาง Appsheet กำหนดให้เอง เรียนภาษาพัฒนาว่า System-defined ซึ่งเราสามารถเข้าไปปรับแต่งได้ หรือ เราจะสร้างเองขึ้นมาใหม่ก็ทำได้ 

ขั้นตอนการทำงานของแอพ Workflow เป็นอีกรูปแบบของ ตัวดำเนินการ เช่นกัน นะ 

สามารถแก้ไข ปรับแต่งได้เช่นกัน 

ตัวอย่างการใช้งาน Workflow ได้แก่ การส่ง SMS และข้อความแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งาน 

ซึ่งจะมีทางเลือกการทำงาน ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ เช่น เมื่อมีการแก้ไข หรือ update ข้อมูล ให้มีการส่ง SMS หรือ Email ตามปฏิทินเวลาที่กำหนด 

ส่งข้อความเข้ามือถือผู้ใช้งาน 
การเปลี่ยนดาต้า

นอกจากนั้น เวลาที่ไม่ได้ซิงค์ข้อมูลหรือ ไม่ได้เชื่อฐานข้อมูล ภาษาแอพคือ Offline เราสามารถกำหนดค่า การกระทำนั้นได้ 

ซึ่งในโอกาสต่อไป จะได้หาข้อมูล เรื่องการ SMS การส่งข้อความแจ้งเตือน เข้าหน้าจอมือถือ 


วิธีกำหนดหน้าตาของแอพ UX: The Essentials

หน้าตาขอกแอพ เลือกได้ และปรับแต่งเองได้บ้าง ผ่านเมนูที่ชื่อว่า UX: 
และคำศัพท์ในการพัฒนา ที่เขาใช้งานกันคือ View แปลตรงตัวตามไทย คือ มุมมอง  
โดย Appsheet ได้เตรียมหน้าตา หรือรูปแบบการแสดงผล 5-6 แบบด้วยกัน คือ เท่าที่จำได้นะครับ 
แบบ Desk คือแบบ โต้ะไหม มีหน้ากว้าง ๆ พื้นที่ โล่ง ๆ 
แบบ Table คือ จัดรูปแบบด้วยตาราง แต่ ไม่เห็นเส้นตาราง นะ hide line table 
Form
CAlendar ปฏิทิน 
MAp แผนที่ 
Chart แผนผัง 
Galary อัลบัม เหมาะแอพพวกแสดงรูปภาพไหม 
Dashboard แผ่นงาน 


เอาเป็นว่า ลองเลือกดู ให้มันเหมาะกับข้อมูลของเรา และความต้องการ ความชอบ ส่วนตัวของเรา ครับ 

สร้างบ้านตามใจผู้อยู่ คงเคยได้ยินกัน ใช่ไหม อิอิอิ
การสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้งาน เป็นอีก 1 แนวคิด ที่ทำแอพประสพความสำเร็จ 
ส่วนตัวแอดเอง ชอบง่าย เพราะง่ายคือ สร้างสรรค์ 555

บอกความเป็นตัวตนของคุณผ่าน UX 
อื่นๆ ของ UX ผู้ใช้งาน สามารถปรับสีแม่แบบ อักษร รวมทั้งควบคุม ลำดับ การแสดงข้อมูลจากตาราง 


columns are ordered

Barcode Scanner วิธีการสแกนบาร์โค่ด

การทำแอพ หรือทำฐานข้อมูล จะต้องมี อย่างน้อย 1 คีย์หลักของตาราง ที่ตัวเลขค่า จะต้องไม่ซ้ำกัน Key และ Unique 
ปกติก็จะเป็น รหัสประจำตัว ปชช. 13 หลัก
เบอร์โทรศัพท์ 
รหัสสินค้า เป็นต้น 

อาจจะเป็นตัวเลข อย่างเดียว หรือ ข้อความอย่างเดียว หรือ ลูกผสม ทั้งตัวเลขและตัวอีกษรผสมกัน 

จากนั้น จะแปลงข้อความ หรือ ตัวเลขรหัสรายการ เป็นแท่งรหัสบาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด 

จากนั้น ใช้อุปกรณ์ อ่านรหัส บาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด ในการอ่านข้อมูล เพื่อนำเข้าข้อมูล เพื่อการสืบค้นข้อมูล เป็นต้น 

กล้องโทรศัพท์มือถือ ของทุกคน ใช้ถ่ายรูปและถ่ายวีดีโออย่างเดียว มันก็ดูไม่คุ้มค่า ลองใช้งานกล้องมือถือ ทำงานคล้ายๆ อุปกรณ์อ่านรหัสบาร์โค้ด หรือ คิวอาร์โค้ด ได้ไหม 

ตอบได้เลยว่า ได้ครับ และทำได้ดี ไม่แพ้อุปกรณ์ สำหรับบันทึกและอ่านอ่าบาร์โค้ด โดยตรงเลยไหม ก็น่าจะดีกว่านะ 
เพราะ กล้องมือถือ อ่านค่าแล้ว สามารถบันทึก หรือ ส่งข้อมูลไปยัง Cloud Server น่าจะง่าย รวดเร็ว กว่าอุปกรณ์ในการอ่านค่าบาร์โค้ด 

ในการสร้างแอพ sheet 
ก็จะมีความสามารถของการ ใช้กล้อฃมือถือ ในการสแกนบาร์โค่ด ในการบันทึก ค้นหา ข้อมูล ได้เช่นกัน 
ในหลังบ้านการพัฒนาแอพ ไปที่ Table หรือ ตารางฐานข้อมูล ที่กำลังพัฒนา 
โครงสร้างตาราง หรือ column structure 
เลือก คอลัมน์ที่ต้องการกำหนดค่า ในการสแกน รหัสบาร์โค้ด 
คลิก OTHER ภาษาไทย คือ อื่นๆ 
เลือก Scanable หมายถึง สามารถสแกนได้ 

ตั้งค่าแล้ว ก็ลองทดสอบดูสิครับ 
ได้ 2 วิธีด้วยกัน คือ 
บนมือถือ และบนคอมพิวเตอร์  สะดวกแบบไหนก็เลือกแบบนั้น น่าจะได้ผลเท่ากัน 
แต่แนะนำให้ลองทั้งสองแบบ 

การอ่านบาร์โค้ด ผ่านโปรแกรมเว็บ หรือภาษาพัฒนา เรียกว่า Browser จะไม่รองรับ นะ แต่ ต้องใช้ตัวช่วยจำลองหน้าจอของ Appsheet หรือ Emulatot บนหน้าจอทำแทน 

ส่วน ทดสอบบนมือถือ จะรองรับ และสะดวกกว่า เลยนะ 

ข้อจำกัดการสแกนรหัสบาร์โค้ด
รองรับ กล้องหลักของมือถือ 
รองรับค่า QR-CODE แบบแถวเดียว เท่านั้น ถ้าแบบหลายบรรทัด ยังไม่รองรับ

ใช้โปรแกรม ท่องเน็ตในการสแกนไม่ได้ จะแสดงค่า  "111122333"

รูปแบบค่าบาร์โค้ด และ คิวอาร์โค้ด ที่ AppSheet รองรับ ได้แก่
  • UPC-A and UPC-E
  • EAN-8 and EAN-13
  • QR Code
  • Interleaved-Two-of-Five (ITF)
  • Code 39
  • Code 93
  • Code 128
  • Codabar
  • Data Matrix
  • PDF 417