What is Pegasus spyware?

I would say that Pegasus is a high profile person such as the head of the country or senior officer in military forces or police and political. Pegasus spyware is zero-click mobile surveillance software designed to infiltrate iOS and Android devices to secretly collect sensitive information and send it to the NSO group server in cloud.

The dreaded Pegasus is its zero-click surveillance capabilities, meaning it can spread and infect devices without a victim having to do anything at all.

if your are a normal people I would say you will be more safe from this spyware which is believe that Pegasus is a state sponsor threat and very expensive one per licensed so the target of them would be the most value target such as leader in political ,military ,police officer for instance.


Initially, Pegasus spread through phishing attacks via email or SMS ,Now, Pegasus spyware has zero-click surveillance capabilities.

I would say that if your phone android /iOS not connect to the internet it would be tough for Pegasus to infect ,but possible when connect the phone with the trap Access point Wi-Fi by hacker team.

Not easy ,but possible anything can happens with anyone ,so be alert and precaution whenever you have to connect to the internet and Free public WIFI network.

if you are a high profile person normally they will have a baseline to prevent themselves from  risk and vulnerability, however things can happens if lack of awareness and carefulness.

From my own experience is that the malware infected in your device can be seen from slow running process task on devices ,but unique Pegasus capability is that it won't show any sign or symptom of any slow performance at all on the target devices.

How Pegasus is dreadful threat?

1.Ability to infect itself into the target device with a zero click.

2.No slow performance on the infected devices.



Best 10 tips to avoid malware attack

 I would like to share with your guys my 20 years on computer working both hardware and software system in order to review and go over the baseline of the principle virus computer hack in your computer and other devices.

this practical is not only for Windows OS ,but also Mac and LINUX as well.

1.Make sure your OS is copy right or genuine licensed either  licenses: Retail, OEM, or Volume.

2.Always update your OS to make sure for the latest software update this can help prevent malware and other threat in proactive way.

3.Regularly conduct scan for virus and threats using Windows defender and follow the instruction base on the threat be detected and respond.

4.Do not download and install other software or application from dark web or underground website which is most of them offer hack or crack the serial number.

5.If you need to download and install software or application try to do from the official website or portal  of software product company or organization such as Microsoft download ,Linux download for instances.

 6.Porn website and gambling website is the heaven of hackers to hide malware and spyware for those human who can not resist to that ,so keep away from this mentioned.

7.Some Freeware are good ,however strong recommend to use shareware or trial would be safer.

8.when install any software or application avoid click next next and next without to read and precaution for every click or else you will be more then 60% of install malware or spyware on your computer.

9.Try install Antivirus and malware product in order to detect and hunt for some threat that might compromise in your computer, such as  MacAfee or Trend Micro.

10.Back up your sensitive data in Flash drive or external disk in case of compromise you will have ability to recover and continue work as normal.




ทำความรู้จักกับ EDR

 คำว่า EDR ย่อมาจากคำว่า Endpoint Detection and Response แปลตรงตัวคือ จุดสุดท้ายการตรวจจับและการตอบโต้ 

ในทางการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แล้ว เทคโนโลยี EDR มีความสำคัญและจำเป็นต่อทุกๆ หน่วยงานหรือองค์กร เนื่องจากจะช่วยในการป้องกันการเจาะข้อมูล หรือโจมตีองค์กรจากนักเจาะระบบหรือ Hacker นั้นเอง แบบตามเวลาจริงหรือ Real time

การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพของ EDR จำเป็นต้องทำหน้าที่ 4 อย่างนี้อย่างดี คือ

1. การรวบรวมข้อมูลการโจมตีทางไซเบอร์และข้อมูลอื่นๆที่อาจจะเกี่ยวข้อง โดยใช้คำสั่งขนาดเล็ก Agents ที่ทำงานอยู่ภายใต้อุปกรณ์แต่ละอย่างเช่น คอมพิวเตอร์ หรือมือถือ เป็นต้น

ตัวอย่างของข้อมูลที่รวบรวม ได้แก่ 

กระบวนการงานอะไรที่กำลังดำเนินอยู่

เครือข่ายอะไรที่ทำการเชื่อมต่อ

ข้อมูลอะไรที่กำลังเปิดดู เป็นต้น 

2. การตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคาม หรือ (Threat)

เป็นการทำงานแบบ Real time หรือตามเวลาจริงและตอบโต้กลับแบบอัตโนมัติ คือผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมาตอบโต้เอง 

ซึ่งรูปแบบของ Threat หรือภัยคุกคามก็จะมี 2 แบบคือ แบบที่เรารู้จักแล้ว กับแบบใหม่ที่เราไม่รู็จักมาก่อน 

ซึ่งทีม รปภ.ไซเบอร์ จะสามารถรวบรวมสิ่งที่เรียกว่า สิ่งบอกเหตุการโจมตีของภัยคุกคาม หรือ IOC ย่อมาจากคำว่า Indicator of compromise  ถ้าเราตรวจจับและเจอมาแล้ว ก็จะนำไปสร้างสิ่งที่เรียกว่าลายนิ้วมือของการโจมตี หรือ Finger prints ไว้ในระบบเพื่อป้องกันการโจมตีของมัลแวร์หรือ Ransomware นั้นได้ เปรียบเทียบกับคนที่เคยมาเที่ยวผับ แล้วทะเลาะหรือสร้างความเดือดร้อนให้คนที่มาเที่ยวปกติ จนท.รปภ.ก็จะจดจำใบหน้า และพฤติกรรมของคนดังกล่าว และนำไปพรินแปะไว้ที่หน้าประตูทางเข้าผับเป็นต้น ถ้าคนนั้นมาเที่ยวอีกก็จะถูกตรวจจับและห้ามเข้าข้างใน เป็นต้น ซึ่งรูปแบบนี้ก็จะคล้ายกับการทำงานของโปรแกรม Antivirus ที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันอยู่แล้ว 

แต่ทางกลับกันถ้าคนร้ายหรือคนไม่ดีที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อนแฝงตัวเข้ามา เราจะรับมืออย่างไร 

การพัฒนา Advance Logarithms ในการตรวจสอบพฤติกรรมของภัยคุกคามที่เราไม่เคยพบมาก่อน ยกตัวอย่างการซ่อนมัลแวร์ ในโปรแกรมสำนักงานของ Microsoft Office ในชุดคำสั่งขนาดเล็กอย่างแมโคร 

ของโปรแกรม Ms Excel เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยี EDR จะสามารถสังเกตุเห็นความผิดปกติของมัลแวร์ที่จะแก้ไขหรือตบตาระบบรักษาความปลอดภัย ดังนั้น EDR ก็จะช่วยป้องกันมัลแวร์ไม่ให้ทำงานต่อไปได้ 

3. การทำหน้าที่สืบสวนพิสูจน์หลักฐานและการตามล่าภัยคุกคาม (Forensic investigation and threat hunting  ) ไม่มีใครรับประกันได้ว่า EDR จะสามารถปิดกั้นภัยคุกคามได้ 100% ดังนั้นการรวบรวมข้อมูลและพฤติกรรมของมัลแวร์ที่เกิดขึ้นใหม่ๆ ก็จะช่วยทำให้กระบวนการทำ Fingers print ของภัยคุกคามมีมากขึ้นในอนาคต รวมทั้งทีมนักล่าภัยคุกคามจะสามารถใช้ข้อมูลในการตามล่าภัยคุกคามได้ แบบการป้องกันเชิงรูก (Proactive defense) ทั้งนี้จะต้องใช้การตรวจสอบและตอบโต้แบบ manual หรือไม่ใช่แบบอัตโนมัตินั้นเอง 

4.การสนธิและการรายงาน (Integrate and report) สำหรับนักวิเคราะห์ระบบการรักษาความปลอดภัยแล้ว การสนธิข้อมูลเข้าด้วยกันเพื่อหาความเชื่อมโยงเป็นสิ่งจำเป็นในขั้นตอนการทำงานของกระบวนการดังกล่าว เพราะปกติพวกเขาจะได้รับการแจ้งเตือนภัยคุกคาม (Alerts) จำนวนมาก พวกเขาจำเป็นต้องเลือกและคัดแยกในส่วนที่เกี่ยวข้องและจำเป็น ซึ่ง EDR ควรจะมีส่วนช่วยในการทำงานของพวกเขา ในการจัดเรียงลำดับและความเร่งด่วนของภัยคุกคาม


สำหรับทีมรักษาความปลอดภัยไซเบอร์แล้ว EDR จำเป็นต้องผนวกหรือทำงานร่วมกับระบบหรือเครื่องมือเดิมขององค์กรที่มีอยู่แล้ว โดยการส่งรายงานภัยคุกคามไปที่ SIEM ,XDR หรือ SOAR เป็นต้น 

สิ่งที่ดีที่สุดของ EDR คือการช่วยให้องค์กรหรือหน่วยงานมีเทคโนโลยีในการตรวจจับภัยคุกคามที่ยืดหยุ่นและอ่อนตัวที่สุด ในการประกันผลสำเร็จของการโจมตีต่อระบบแล้ว จะสามารถตรวจจับภักคุกคาม กู้คืนระบบให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติในเวลาที่เร็วที่สุด 








วิธีการแจ้งเตือนทางอีเมล์ด้วย Appsheet

 สวัสดีครับ สำหรับวันนี้เราจะมาทดสอบวิธีการแจ้งเตือนผู้ใช้งาน โดยวิธีการส่งอีเมล์เข้าไปยังกล่องจดหมายของเรากันโดยอัตโนมัติ 

ก่อนอื่นให้เราไปที่กูเกิลไดร์ฟ ของเรา สร้างโพลเดอร์ขึ้นมา สมมุตเป็น Leave Approve 

จากนั้น คลิกเข้าไปข้างในโฟลเดอร์ที่พึ่งสร้างขึ้นมา

จากนั้นคลิก new สร้างไฟล์ตาราง Google sheet ขึ้นมา

ประกอบด้วย คอลัมน์ ID ,ผู้ลา ,วันที่ลา ,ลาถึงวันที่ ,เรื่อง , เหตุผลการลา ,การอนุมัติ ,วันที่อนุมัติ



-------------------

มาที่ Appsheet บ้าง

สร้างแอพใหม่ขึ้นมา ตั้งชื่อแอพเป็น leave approve V1 

สร้างจาก Database ที่มีอยู่แล้ว ไปลิงค์เอาตาราง ที่เราสร้างไว้บนไดร์ฟเข้ามา 

ไปที่แท็บตาราง data กำหนดชนิดของข้อมูล 

ชนิดของข้อมูล วันที่ลา ,ลาถึงวันที่ และวันที่อนุมัติ เป็น Date

ที่เหลือเป็น text

เว้น การอนุมัติ เป็น Enum ใส่ตัวเลือกเป็น อนุมัติ ไม่อนุมัติ  รอตรวจสอบ 


------------------------------------



ขั้นการใช้งาน bot เพื่อสร้างคำสั่งส่งอีเมล์ไปให้ผู้ลงนามอนุมัติ โดยอัตโนมัติ

คลิกที่ new bot ตั้งชื่อเป็น when recode create  send email

เพิ่มขั้นตอนหรือ step เป็น send email 

กำหนดค่า setting ดังนี้

send an email

email type :embedded app view

to : Useremail()

app view: กำหนดเป็น Form view 

-----------------------------

คลิก save ลองดูแล้วเราก็จะได้ ผลการทำงานที่ต้องการ โดยลองบันทึกข้อมูลในแอพ แล้ว save

จากนั้น ไปที่ email ของเรา เปิดเมลดู จะพบข้อมูล



แนะนำการเลือกซื้อโน้ตบุ้ก 2024

 ปัจจุบันราคาโน้ตบุ้กดีๆ มีราคาที่เรียกว่าจับต้องกันได้มากขึ้น มีหลายแบนรด์ หลายรุ่นและหลายสเปก ตั้งแต่ผู้ใช้งานทั่วไป นักเรียน นักศึกษา จนถึงมืออาชีพที่ใช้งานตัดต่อ หรือเล่นเกมส์ 

ในวันนี้ ผมจะขอแนะนำ Note book สำหรับใช้งานทั่วไปในราคาไม่เกิน 35,000 บาทกัน นั้นก็คือ 

Dell Latitude 3340
8 GB | 256 GB | Intel® Core™ i5-1335U | Intel® Iris® Xe Graphics

หน่วยความจำที่ 8 GB 
พื้นที่เก็บข้อมูล Hard Drive เป็นแบบ SSD : ความจุมากถึง 256 GB 
หน่วยประมวลผล : Intel Core i5 
การ์ดจอ : Xe Graphic 

ราคาประมาณ :$879
คิดเป็นเงินไทยประมาณ 31,644 บาท



โดยที่ข้อดีของ Dell รุ่นนี้คือ เราจะได้โปรแกรม Windows 11 ไลเซ้นต์ มาพร้อมเครื่อง ซึ่งจะเป็นระบบ OS ล่าสุดจากค่ายไมโครซอร์ฟนั้นเอง 

ข้อดีคือเราไม่จำเป็นต้องมองหาโปรแกรมป้องกันไวรัส เพราะในวินโดว์ 11 จะมาพร้อมโปรแกรมรักษาความปลอดภัยอย่าง Defender ในตัวอยู่แล้ว 

แต่เราอาจจะต้องจ่ายเพิ่มในส่วนของโปรแกรมสำนักงาน Ms Office จะเป็นรายเดือน หรือรายปี หรือจะซื้อขาด ก็แล้วแต่งบประมาณ และความสะดวกของแต่ละคน 
สำหรับสเปคนี้ เป็นเกรดระดับกลางค่อนไปทางสูง  รองรับการใช้งานด้านธุรกิจ หรือคนทำงานทั่วไป ที่ต้องการประสิทธิภาพ และความมั่นใจในการใช้งาน และการรักษาความปลอดภัย สบายใจหายกังวล ทั้งเรื่องของ เครื่องค้าง หรือถูกรบกวนโดยมัลแวร์ ต่างๆ 

กล้องมีคุณภาพรองรับการใช้งาน วีดีโอคอล งานประชุมสัมมนา ที่สะดวก คมชัด พร้อมระบบเสียงที่ชาญฉลาด ตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ

มาพร้อมกล้องระบบ อินฟาเรดในตัว FHD-IR camera ที่จะช่วยให้สแกนใบหน้าผู้ใช้งาน ในการเข้าใช้งานเครื่องได้ด้วย 



เขียนอิมเมจไฟล์ด้วย PowerISO

 แนะนำโปรแกรม PowerISO เป็นแชร์แวร์สำหรับการเขียนแผ่น CD/DVD และแผ่นข้อมูลชนิด Blu-ray Disk ที่มีประสิทธิภาพ และง่ายต่อการติดตั้งใช้งาน 

สำหรับ User ที่สนใจและมองหาโปรแกรมในการทำงานดังกล่าว สามารถโหลดมาติดตั้งและทดสอบการใช้งานได้ก่อนเป็นเวลา 14 วัน 

จะงานชั่วคราว หรืองานถาวร แอดเชื่อว่า PowerISO จะตอบโจทย์ของผู้ใช้งานที่กำลังมองหาโปรแกรมแนวนี้อยู่แน่ๆ 

รองรับ Windows 10,11

จุดเด่น : การเขียน Image ไฟล์ที่ต้องใช้งาน เช่น Windows OS เป็นต้น 

ขั้นตอนการใช้งาน 

เปิดโปรแกรม 

คลิกปุ่ม Add เข้าไปเลือกไฟล์ที่ต้องการเขียน 

คลิก     Menu>Action > New Folder เพื่อสร้างโฟลเดอร์ 

คลิก     Menu>Action > Change Label เปลี่ยนป้ายกำกับ

คลิก     Menu>File > Properties คุณสมบัติของไฟล์

กำหนดค่าต่างๆ ครบแล้วคลิกปุ่ม  Save 



How to run PowerISO

  • Run PowerISO.

  • Click the "Add" button on toolbar to add files and folders. You can also directly drag files and folders from Windows Explorer to PowerISO window. 

Another method to add files is using the system clipboard. You can select files and folders in Windows Explorer, hit "CTRL-C" to copy them to clipboard, then go to PowerISO window, and hit "CTRL-V" to paste selected files and folders to current compilation. 

  • Choose the menu "Action > New Folder" to create a new folder.

  • Choose the menu "Action > Change Label" to change the default label.

  • Choose the menu "File > Properties" to set the iso file properties.

  • After you have added all files and folders and made all necessary changes, click the "Save" button on toolbar, or choose the "File > Save" menu to save the iso file.

 ดาวโหลด PowerISO

รีวิวการสร้างแอพขายกาแฟ Coffee Pos 2023 V1

 บทความนี้เราจะมาฝึกสร้างแอพขายกาแฟด้วยตัวเอง โดยใช้ฐานข้อมูล Google Drive กับ Appsheet กัน 

ขั้นตอนแรกสุดให้เราไปที่กูเกิลไดร์ฟ ส่วนตัวของเรา สร้างโฟลเดอร์ขึ้นมา Coffee Pos V7

คลิกเข้าไปข้างในโฟลเดอร์ แล้วคลิก Create เพื่อสร้างไฟล์ตารางฐานข้อมูล กำหนดชื่อไฟล์ Google Drive เป็น Coffee Pos V7

สร้างตารางแรกชื่อว่า products

จำนวน 2 คอลัมน์คือ 

ID

Product name

สร้างตารางขึ้นมากำหนดชื่อเป็น items

จำนวน 7 คอลัมน์

ID

Category

Name

Sub category

Unit price

Photo

Qty

จากนั้นไปที่ appsheet.com

คลิก New App 

เลือกสร้างแอพ จากฐานข้อมูล Google sheet 

ตั้งชื่อแอพเป็น Coffee Pos V7 

แท็บ data คลิกตาราง Products กำหนด ชนิดของข้อมูลที่เหมาะสม และสอดคล้องกับความต้องการใช้งาน 

ID เป็น Text และ ค่าเริ่มต้นเป็น UNIQUEID() และเป็น Key หลักของตารางด้วย

Product name เป็น Text และกำหนดแสดงป้ายข้อมูล Label


ตาราง items

คอลัมน์ Category กำหนดเป็น Enum  และเพิ่มตัวเลือกเป็น กาแฟ   ชา   นม  โซดา

คอลัมน์ Sub category เป็น Enume ตัวเลือก ร้อน เย็น ปั่น

คอลัมน์ Name เป็น Ref และระบุตารางเป็น Products

คอลัมน์ Qty ในช่อง show ใส่สูตร 

Context("Viewtype")<>"Form"





มาที่ UX มุมมอง Product เป็นแบบ Desk หรือ Table  แต่ตำแหน่ง Position เป็น Menu 

ให้บันทึกข้อมูล กาแฟที่มีขายในตลาดลงไป สัก 2 ถึง 3 รายการ 

เช่น ลาเต้   คาปูชิโน่   เอสเพราโซ่ 



สำหรับวิว items

ให้เรา กำหนดเป็น Desk และตำแหน่งเป็น Ref

ปิด Action bar ด้วย

จากนั้นเพิ่มสินค้าเข้ามาในระบบ 2 -3 รายการ พร้อมรูปภาพ 

จบ EP1 ---------

เริ่ม EP2 ------เราจะสร้างตารางเพิ่มอีก 2 ตาราง คือ Sales และ Invoice  

ตารางแรก Sales มีคอลัมน์ 

ID         

status

Date time

Item ID

Item Name

Unit price

Qty

Subtotal

Invoice no


สูตรที่ต้องใช้งาน 
คอมลันน์ Unit price
lookup([_thisrow].[Item id],"Items","Item ID","Unit Price")

คอลัมน์ Subtotal
[unit price]*[QTY]

ค่าเริ่มต้น
คอลัมน์ invoice no ใส่
MAX(Invoice[Invoice])+1

คอลัมน์ Item name เป็น Ref แหล่งตารางเป็น Products


ตาราง Invoice
มีจำนวน 1 คอลัมน์ คือ Invoice 
ใส่ค่าแรกลงไปด้วยกำหนดเป็น 20230000

การสร้างตัวกรองข้อมูล slice จากตาราง Sales 
ตั้งชื่อตัวกรองเป็น Cart 
กำหนดเงื่อนไขเป็น 
isblank([status])

ติ้กไม่อนุญาติการเพิ่ม Add ข้อมูล

การสร้างวิวมุมมอง 2 วิวด้วยกันคือ 
Cart เป็นชนิดตาราง แหล่งตารางคือ Cart  ตำแหน่งเป็น Ref
จัดกลุ่มโดย Date time
Group aggerate เป็น SUM: Subtotal

เรียงคอลัมน์ Item name,    Unit price,     Qty,     Subtotal

 ต่อไปสร้างมุมมองขึ้นมาคือ POS โดยกำหนดเป็น Dashboard 
เพิ่ม entries เข้ามาแสดงจำนวน 2 วิวด้วยกันคือ 
Items   และ 
Cart

--------- EP3-------------
จะเป็นการใช้คำสั่ง Action เพื่อควบคุมการทำงานของแอพพลิเคชั่นให้ทำงาน ตามที่เราต้องการ 
คลิกแท็บ Action ไปตาราง Items คลิก + 
กำหนดชื่อเป็น Add to cart
Do this : add a new row to another table...

Table to add to: Sales

Set these columns:
Item id = [Item ID]
Item name = [name]
Qty = [Qty]
ติ้ก Do not display 
-----------------------------

สร้าง action สองคือ Input Qty

Do this: Set the value of some column in this row

Set these columns: Qty = input(qty,"")

ติ้ก Do not display 
---------------------

สร้าง action สามคือ Set qty to zero

Do this: Set the value of some column in this row

Set these columns: Qty = " "

ติ้ก Do not display 

-----------------------------------------
จัดเรียงลำดับการทำงานของแอกชั่น โดยสร้าง Group action
กำหนดชื่อเป็น Item group action

Do this: Grouped execute a sequence of actions

เรียงแอคชั่น ตามลำ
Input Qty
add to cart
set qty to zero
ติ้ก Do not display 
-----------------------------------

กลับไปที่แท็บ UX 
มุมมอง POS คลิก behavior 
ตรง Event Actions เลือก Item group action
คลิก Save

----------------- จบ EP3----------------------

 _______ EP4___________
ขั้นแรกไปที่แท็บ UX แล้วคลิกวิวหรือมุมมอง Item 
ไปที่ คำสั่ง behavior แล้วกำหนดค่าของ Event action เป็น item group action 
คลิก Save 
สร้างตารางเก็บข้อมูลชำระเงินค่าสินค้า คือ payment จำนวน 10 คอลัมน์ดังนี้
ID
Date
Time
Payment type
Amount paid
Invoice no
Total sale
Change
Cashier ID
Customer

นำเข้าตารางในแอพให้เรียบร้อยแล้วคลิก แท็บ data และตาราง payment เพื่อกำหนดค่าแต่ละคอลัมน์
ดังนี้
ค่า key หลักตารางคือคอลัมน์ Invoice no

คอลัมน์ payment type เป็น Enum ใส่ค่า เงินสด และ ลงบิล


isblank([_THIS]) ในเงื่อนไข show ของคอลัมน์ Date และ Time

คอลัมน์ Total sale ใส่สูตร Sum(Select(Sales[Subtotal],[Invoice no]=[_THISROW].[invoice no]))

คอลัมน์เงินทอน Change ใส่สูตร [amount paid]-[total sale]
และเงื่อนไข show ใส่ [amount paid]>=[total sale]


คอลัมน์ invoice no ใส่ค่าเริ่มต้น Max(Invoice[Invoice])+1

ดูเพิ่มคอลัมน์เสมือน ขึ้นมาเองจากระบบคือ related sale

สร้างเอง 1 คอลัมน์ ชื่อ File และใส่สูตร Concatenate([invoice no],".pdf")

จากนั้นไปที่แท็บ UX
สร้างมุมมองชนิด เมนูขึ้นมาชื่อ payment
จัดกลุ่ม by Date

Group aggerate : Sum total sale
เรียงคอลัมน์ Order 
Date
Time
Invoice no
Payment type
Total sale
Amount paid

จบขั้นตอนของ EP4 ----------

-----------ตอนที่ EP5 --------------- สร้างไอค่อนจ่ายเงินค่าสินค้า


มาที่แท็บ Action 
คลิก + ตาราง sale เพื่อสร้าง action ขึ้นมาสำหรับการคัดลอกหมายเลขบิลขายจากตาราง sale ไปเขียนลงยังตาราง invoice 
ชื่อของ Action = copy invoice no
ตาราง : sale
Do this : add a new row to another table
Table to add to: invoice
set these column : invoice = [invoice no]
prominence = do not display

คลิก UX แล้วคลิกวิว payment Form  คลิก behavior แล้วคัดลอก LINKTOVIEW("Payment_Form")
กลับไปที่ แท็บ Action 
ตาราง sale คลิก + 
กำหนดชื่อเป็น payment form
table : sale
Do this : Go to another view 
Target: = LINKTOVIEW("Payment_Form")
prominence= Display as primary

เลื่อนลงไปที่ คำสั่ง behavior กำหนดค่าไอค่อนตะกร้าสินค้าแสดงเฉพาะมีรายการขายเท่านั้น ใช้สูตร 
isnotblank(Select(Cart[Subtotal],True))
คลิก need confirm information 
ข้อความเป็น ยืนยันชำระค่าสินค้า?

ตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างตารางแม่และลูก
ไปที่แท็บดาต้า ตาราง sale 
คอลัมน์ invoice no เป็น ref และระบุแหล่ง source table เป็น payment 
อย่าลืมติ้ก is a part of 

---------- จบ EP5 --------------------------------