สร้างเว็บไซต์ cms ฟรีที่ joomla.com ตอนที่ 2

หลังจากที่เราได้สมัครใช้บัญชีฟรีกับทาง Joomla.com แล้ว ต่อไปเราก็จะนำเอาบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่านของเรามา Log in เพื่อเข้าไปใช้งาน website cms joomla ที่เราได้ลงทะเบียนใช้งานกันไว้ในตอนที่ 1 ถ้าพร้อมแล้วก็ตามผมมากันได้เลยครับ
1 ไปที่เว็บ https://www.joomla.com/
2 คลิกที่ Log in
ใส่ email ของเราลงไป และใส่รหัสผ่าน ตามที่เราลงทะเบียนไว้ในบทที่ผ่านมา แล้วคลิกปุ่ม Login


3 จะนำเข้าสู่รายละเอียดการใช้งานบัญชีส่วนตัวของเราที่สมัครไว้ใช้งาน สามารถดูพริวิวได้เร็วๆ ดังนี้
This is your Joomla.com User Area. Here you can access the admin panel of your free Joomla website to start adding your amazing content, add new templates to change how it looks, start new websites and upgrade your existing ones. The short welcome video will show you the first steps:
การเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณ
การเข้าไปยังส่วนควบคุมเว็บไซต์ admin
การเปลี่ยนแม่แบบเว็บไซต์ Template 

ถึงขั้นตอนนี้ ให้ทดลองคลิกที่ชื่อเว็บไซต์ของเราที่สมัครใช้งานกับทาง Joomla.com ไว้ครับ ในนี้คือ itaround.joomla.com ครับ 
ลิงค์จะเปิดหน้าเว็บไซต์ฟรีที่เราสมัครใช้งานขึ้นมาให้ตามภาพประกอบครับ ซึ่งองค์ประกอบของหน้าเพจ ก็จะมีส่วนหัว หรือว่า Header มีชื่อเว็บไซต์ ต่อด้วยรูปภาพแบนเนอร์ของเว็ยไซต์ ส่วนเนื้อหา ที่แบ่งออกแสดง เนื้อหาหลัก และส่วนที่เป็นเมนู สำหรับแสดงรายการ หัวข้อต่างๆ ของเว็บไซต์ ซึ่งจะได้นำเสนอ วิธีการปรับแต่ง หรือแก้ไข ให้ตรงกับ เนื้อหาเว็บไซต์ ที่เราต้องการสร้าง อีกต่อไป 

สรุป

ถึงขั้นตอนนี้ เราก็จะได้ site ส่วนตัวของเรา ที่พร้อมจะให้เราศึกษาระบบและโครงสร้าง ในฐานะของคนดูแลระบบ Admin หรือ Webmaster อะไรก็ตาม ซึ่งเราควรจะค่อยๆ ทำความเข้าใจและศึกษา โครงสร้าง และระบบควบคุมการทำงานของ เว็บไซต์ joomla ให้ดี และมีความเข้าใจ ในฐานะคนดูและระบบต่อไป โดยใช้การบิหารและการจัดการข้อมูล CMS ซึ่งจะมีบทบามในฐานะ Admin คนดูและระบบ และ User ทั่วไป หรือ นักเขียน Writer ซึ่ง กรณีนี้ คุณอาจจะต้องศึกษา และทำทุกบทบาทในตัวเอง เพียงลำพัง ก็เป็นได้ 

สร้างเว็บไซต์ cms ฟรีที่ joomla.com ตอนที่ 1

ปัจจุบันเทคโนโลยีการสร้างเว็บไซต์มีการเจริญเติบโตและก้าวหน้าไปอย่างมาก การแข่งขันทางการค้าการลงทุนหรือการทำธุรกิจ ต่างก็อาศัยเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ เป็นตัวช่วยในการทำธุรกิจ การศึกษาและเรียนรู้การเขียนภาษาคอมพิวเตอร์ และความรู้ด้าน IT ยังคงเป็นที่นิยมและเป็นที่ต้องการของตลาดทุกระดับและองค์กร คงปฏิเสธไม่ได้ว่า IT ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับบทบาทและการดำเนินธุรกิจของทุกคน ทุกองค์กร อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การศึกษาและเรียนรู้ด้าน IT มีทั้งแบบที่ลงทะเบียนและเรียนตามหลักสูตร ในโรงเรียน มหาวิทยาลัยและตามสถาบันต่างๆ นอกจากนั้นเรายังมีการศึกษาที่สามารถศึกษาและเรียนรู้ด้วยตนเองที่บ้าน ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต โดยที่เราต้องมีความพยายามมากขึ้น แต่ก็จะมีข้อดีหลายอย่าง คือ ไม่มีค่าใช้จ่าย เรียนได้ตามสะดวก ตามเวลาและความต้องการ แต่ก็มีข้อเสีย ตรงที่คนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ หรือประสบการณ์ที่เพียงพอ อาจจะประสพปัญหาไม่เข้าใจ หรือทำตามไม่ได้ จนท้อและเลิกไปก็มี
สำหรับการสร้างเว็บไซต์ด้วย JOOMLA CMS ยอดนิยมอีกตัวที่น่าสนใจ สำหรับผู้สนใจที่ต้องการศึกษา แบบจริงๆ จังๆ ไม่ได้ทำแบบเล่นๆ อาจจะต้องลงทุนซื้อหาหนังสือมาอ่าน และสืบค้นตัวอย่างเพิ่มเติมจาก youtube เพื่อดูวิธีการติดตั้งและใช้งานต่างๆ ก่อนที่เราจะมีความพร้อมที่จะจดโดเมนเนมของตัวเอง และลงทุนเช่า Host เพื่อทำเว็บไซต์ของตนเอง
อย่างไรก็ตามปัญหาประการหนึ่งที่หลายคนอาจจะเจอในช่วงของการเริ่มต้นศึกษา คือในเรื่องของความพร้อม ในด้านงบประมาณในการจดโดเมนเนมและเช่าพื้นที่ Hosting รายปี ถูกๆ ก็ตก 2-3 บาทต่อปี เช่นกัน ซึ่งเงินจำนวนนี้ สำหรับมือใหม่หรือผู้เริ่มต้นอาจจะมองว่า ไม่คุ้มค่าหรือไม่อยากจะลงทุน
ทางเลือกที่น่าสนใจที่ผมนำมาฝากกันในวันนี้ก็คือ การสมัครใช้บริการฟรีโฮสต์ของ Joomla.com โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ เหมาะสำหรับคนที่สนใจจะศึกษาและทดลองการใช้งาน CMS JOOMLA ให้มั่นใจและเชื่อมั่นว่าตัวเองมีความเข้าใจและพร้อมที่จะดูแลเว็บไซต์ของตนเองได้อย่างดีต่อไป
เงื่อนไขการใช้งาน ก็ไม่มีอะไรมากครับ เท่าที่อ่านดูคร่าวๆ ก็คงจะต้องมีความตั้งใจที่จะศึกษาระบบ และทดลองใช้งานจริงๆ ถ้าทำแบบเล่นๆ ไม่แนะนำ ครับเสียเวลา และเสียโอกาส เอาไว้ให้คนที่พร้อมและตั้งใจจะศึกษาจริงๆ จะดีกว่า
เรื่องเนื้อหา ก็คงไม่เป็นเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สมควร ก้าวร้าว รุ่นแรง เว็บโป้เปลือย เป็นต้น

  • ผู้ใช้งาน 1 บัญชี สามารถสร้างหรือมีเว็บไซต์ได้ 10 เวบไซต์ 
  • พื้นที่การให้บริการจำนวน 200 MB ต่อเว็บไซต์ 

 (b) each user can have up to 10 active free Joomla.com websites in its account; (c) each user's website can use up to 200 MB space;

ขั้นตอนการสมัครใช้งาน

1 ไปที่เว็บ https://www.joomla.com/
2 ลงทะเบียนใช้งานฟรีภายใต้โดเมนหลัก joomla.com
ชื่อที่เราลงทะเบียนจะเป็น Sub domain ของโดเมนผู้ให้บริการคือ /joomla.com นะครับ
หน่วยงาน บุคคล หรือองค์กร ที่สนใจและต้องการทดลองใช้งาน CMS โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ก็แนะนำเลยครับ ทดลองใช้งานและบริหารดูสัก 1 ปี หรือ 2 ปี จนมีความรู้ ความพร้อม ความชำนาญ ก็ค่อยย้ายออกไปยัง Hosting แบบภายนอก จดโดเมนเนมของตนเอง และบริการจัดการตนเอง ต่อไป
วิธีการกรอก subdomain ให้กรอกตามความสนใจและสมัครใจของเรา หากไปตรงกับคนอื่นๆ ที่ลงทะเบียนไปก่อนหน้าแล้ว ก็จะต้องระบุใหม่จนกว่าจะไม่ซ้ำของคนอื่นๆ
กรอกบัญชี email ส่วนตัวของเราลงไป
กำหนดรหัสผ่านใช้งานที่ปลอดภัย จดไว้กันลืมด้วย
แล้วคลิกปุ่มเริ่มต้น Launch

ข้อความแจ้งยืนยันการสมัครลงทะเบียนใช้งานฟรีเว็บไซต์ CMS JOOMLA ของเรา จะแสดงขึ้นมาตามภาพประกอบและแจ้งบอกว่าให้เราไปเิดดูกล่องจดหมายของเรา เพื่อทำการคลิกลิงค์และ Activate หรือเปิดการใช้งานบัญชีที่เราสมัครใช้งานไว้ต่อไปครับ

ภาพหน้าจออีเมล์ที่ส่งมาและให้เราคลิกลิงค์ เพื่อ เปิดการใช้งาน พื้นที่เว็บไซต์ฟรีของเรา โดยจะมี email ที่เรียกว่า Wecome mail ส่งเข้ามาอีก ซึ่งจะมีรายละเอียดการ Log in แจ้งให้ทราบ รวมทั้งการสนับสนุนการใช้งานอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแม่แบบเทมเพลตของเว็บไซต์ หรือการเปลี่ยนภาษาของเว็บไซต์ เป็นต้น

ซึ่งในตอนต่อไป ผมจะมาแนะนำขั้นตอนของการดำเนินการต่อไปจากจุดนี้นะครับ อย่าลืมติดตามกันต่อด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ พักเพียงแค่นี้ก่อน



ที่มา https://www.joomla.com/

การสร้างปฏิทินด้วย MS Publisher 2010

โปรแกรมสร้างสื่อสิ่งพิมพ์ MS Publisher มีความสามารถและแม่แบบสำเร็จรูป สำหรับการผลิตสื่อสิงพิมพ์ต่างๆ จำนวนมาก ทั้งแบบทำอาชีพ และทำแบบส่วนตัว
การทำปฏิทินก็เป็นอีกหนึ่งความสามารถของโปรแกรม ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำปฏิทินใช้งานเอง โดยใช้เวลาที่ไม่นานนัก
สำหรับขั้นตอนแนะนำในวันนี้ สำหรับมือใหม่หรือคนสนใจทั่วไป ที่ต้องการทำปฏิทินใช้งานด้วยตนเอง
1 เปิดโปรแกรมขึ้นมา จากหน้าต่างแรก ของโปรแกรม จะแสดงรูปร่าง ตามภาพประกอบ ให้มองหา ยอดนิยม และคลิก ปฏิทิน

2 จะเข้าสู่แม่แบบสำเร็จรูป แบบออนไลน์ ต้องโหลดเพิ่ม กับแบบติดตั้ง และแบบว่างๆ ในตัวอย่างนี้ ผมจะทดลองเลือกแบบ ติดตั้ง และ แบบ แกน


การกำหนดค่า config ก่อนจะเริ่มต้นการสร้าง Create ให้ดูตัวเลือกด้านขวามือก่อน และใส่ค่าข้อมูลพื้นฐานส่วนตัวที่เราต้องการแสดงในปฏิทิน ได้แก่ ชื่อ โลโก้ แม่แบบสี การตั้งค่ากระดาษ แนวตั้งแนวนอน และการกำหนดช่วงเวลาการทำปฏิทิน ตามตัวอย่าง ผมกำหนด ทั้งปี 2016 ตั้งแต่เดือน มกราคม ถึง ธันวาคมไปเลย ทั้งปี จากนั้นก็คลิก ตกลง


ถ้าทำตามขั้นตอนนี้ถูกต้อง ก็จะได้หน้าต่างข้อมูล ที่เราพร้อมจะแก้ไข เช่น เพิ่มข้อมูล วันสำคัญ หรือใส่เนื้อหาประกอบ เช่น ภาพ ข้อความ สาระสำคัญ ตามที่เราต้องการลงไป จากนั้น ก็สั่งพิมพ์ปฏิทินของเราออกมาใช้งานต่อไป



ดาวโหลดโปรแกรมบริหารงานห้องสมุด Ms Access

ดาวโหลดโปรแกรมฐานข้อมูลห้องสมุด ซึ่งออกแบบและพัฒนาโดยใช้โปรแกรม MS Access โดยค่าย http://www.sourcecodester.com/microsoft-access/library-system.html

แนะนำสำหรับนักเรียนหรือผู้สนใจ ตลอดจนครูอาจารย์ ที่ต้องการแนวทาง ในการต่อยอดโปรแกรม เพื่อการศึกษา เท่าที่ผมดู ทางผู้พัฒนาน่าจะเปิดให้ดาวโหลดและใช้งานกันได้ฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ นะครับ

ดาวโหลดมาแล้ว การใช้งานจะต้องมีโปรแกรม MS Office โดยใช้ MS Access นะครับ

การเปิดใช้งานจะถามชื่อและรหัสผ่านเข้าใช้งาน ก็สามารถที่จะใช้ข้อมูลด้านล่าง เข้าดูรูปแบบการทำงานของระบบได้ทันที่

องค์ประกอบหลักๆ


Account information:ก็คือ การบันทึกข้อมูลตารางหนังสือ


  • ข้อมูลสมาชิกแยกตามประเภท
  • ข้อมูลการยืมหนังสือ
  • ข้อมูลการคืนหนังสือ
  • การออกแบบรายงานต่างๆ



username: admin
password: lib

คำแนะนำการต่อยอด จะเข้าไปที่การออกแบบและปรับภาษาให้เป็นภาษาไทย เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานของคนไทย เป็นต้น
การศึกษาความสัมพันธ์ของแต่ละตาราง มามีความเชื่อมโยงกันอบ่างไรบ้าง

ดูการออกแบบสอบถาม
เทคนิคการออกแบบฟอร์มการทำงาน
การสร้างรายงาน 
สรุป 
ต้องลองโหลดมา แล้วลองใช้งานดูสักระยะหนึ่ง เพื่อศึกษา โครงสร้างการทำงาน และพยายามทำความคุ้นเคยกับระบบโปรแกรม เช่น ลองเพิ่มสมาชิก ลองเพิ่มรายการหนังสือ และทดลองยืมหนังสือ และทดลองการคืนหนังสือ โดยอาจจะมอบให้ จทน.ห้องสมุด หรือนักเรียนที่เก่งด้านภาษา และคอมพิวเตอร์ ช่วยแนะนำได้


ดาวโหลดโปรแกรม HFV Cleaner Pro

การแก้ไขปัญหาไวรัสซ่อนไฟล์และโฟลเดอร์บน usb หรือบนคอมพิวเตอร์ ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับการแก้ไขปัญหานี้เป็นการเฉพาะครับ
สำหรับคนที่ประสพกับปัญหา และค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหา ก็สามารถที่จะดาวโหลดโปรแกรมนี้ไปใช้งานกันได้
สำหรับโปรแกรมนี้คือ โปรแกรม HFV Cleaner Pro ครับ
คุณสมบัติย่อ
ผู้ออกแบบและพัฒนา Abhinav Bakshi
รองรับ Windows XP / Vista / 7 / 8 / 8 64 bit
ขนาดไฟล์ 690 KB
ข้อบ่งใช้งานโปรแกรมขนาดเล็กหรือ ยูทิลิตี้ที่มีประโยชน์ตัวนี้คือ การสแกนค้นหาและกำจัดไวรัส Win32:Atraps-PZ[Trojan] บนคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ USB ของคุณที่ถูกหนอนไวรัสหรือ โทรจันเล่นงานเข้าแล้ว อาการก็คือ ไฟล์และโฟลเดอร์ทั้งหมดของคุณจะถูกซ่อน Hidden หรือหายไปหมดเลยนั้นเอง 
และบางครั้งก็จะแสดงแค่ป้ายทางลัด หรือ ซ็อทคัพ ไว้ให้ดูต่างหน้า เวลาคลิกเข้าไปก็จะไม่เจออะไรเลย แต่จะเป็นกับดักและแตกไฟล์ไวรัส Win32:Atraps-PZ[Trojan]  เข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ต่อไป 
บางคนอาจจะสงสัยว่า คอมพิวเตอร์ผมมีโปรแกรมป้องกันไวรัสและอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ทำไมยังโดนไวรัสซ่อนไฟล์ USB เล่นงานอยู่เหมือนเดิม 
คำตอบคือ ไวรัสซ่อนไฟล์ เป็นหนอนไวรัสหรือ โทรจัน Win32:Atraps-PZ[Trojan]  มีความสามารถอำพรางสถานะ หรือตบตาโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ทั่วไป ได้อย่างแนบเนียนนั้นเอง ทำให้ไม่สามารถ Detect หรือตรวจจับไวรัสโทรจันตัวนี้ได้นั้นเอง 
ทางแก้ไขก็เลยต้องมีการคิดค้นโปรแกรมแก้ไข ตรวจจับหนอนไวรัสโทรจัน Win32:Atraps-PZ[Trojan] นี้มาเป็นการเฉพาะทางนั้นเอง ครับ 

ขั้นตอนและวิธีการใช้งาน

1 ดาวโหลดโปรแกรม HFV Cleaner Pro จากลิงค์ http://www.softpedia.com/get/Antivirus/Removal-Tools/HFV-Cleaner.shtml
2 เปิด Run โปรแกรมขนาดเล็กนี้ขึ้นมาใช้งานได้ โดยไม่ต้องลงโปรแกรม หรือ Install ครับ
3 การใช้งานโปรแกรม ออกแบบมาง่ายๆ คือ ระบุหรือ คลิก Browse เข้าไปยัง USB ของเรา จากนั้นก็คลิกคำสั่ง การทำงานได้ง่ายๆ
Unhide File ยกเลิกการซ่อนไฟล์ รวมทั้งโฟลเดอร์หลัก โฟลเดอร์ย่อย
Disinfect Virus ทำความสะอาดไฟล์ ไม่ให้ติดไวรัส
Delete Virus ลบไวรัส


ทิป 
หลังแก้ไขปัญหาแล้ว เราควรจะจริงจังในการตรวจสอบโปรแกรมป้องกันไวรัสบนคอมพิวเตอร์ของเรา ว่ามัน OK ไหม ใช้ของก็อบหรือเปล่า หรือใช้ของแท้ หรือมีการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัส หรือเปล่า ถ้าเราทำเองไม่เป็นก็อาจจะแจ้งฝ่ายคอมพิวเตอร์ หรือ จนท.ช่างเทคนิคมาช่วยแก้ไขหรือตรวจสอ

ข้อแตกต่างระหว่าง Get it right กับ Make it right

คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับวลีภาษาอังกฤษ ของคำว่า Get it right และ Make it right. ทั้งสองวลีไม่มีความแตกต่างเชิงความหมายที่สำคัญ โดยหมายถึง ความถูกต้องหรือการทำสิ่งต่างๆ ให้ถูกต้องเช่นกัน  แต่ในบริบทการใช้งานหรือ context จะใช้แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น 


That said, I'd suggest that:
  • "Get it right" means, "Get your facts straight." หมายถึง ความจริงที่ตรงไปตรงมา 
  • "Make it right" means, "You messed up and hurt someone, now go fix the situation." คุณทำบางอย่างผิดพลาด และกระทบต่อใครสักคน คุณก็ต้องแก้ไขและทำให้ถูกต้องซะ 
For example: ตัวอย่างประโยค 
Did you hear Justin Bieber got arrested for cocaine? คุณได้ข่าวของพ่อนักร้องหนุ่มจัสตินบีเบอร์ถูกจับข้อหามีโคเคอีนเปล่า?
No, that's not true – he tested positive for alcohol and marijuana. Get it right.ไม่นะ ! ข่าวไม่จริง เขาถูกตรวจพบแฮลกอฮอร์และสารกัญชาต่างหาก เข้าใจให้ถูกด้วยนะ 
And then:อีกตัวอย่าง 
I don't know why you thought it would be so funny to throw eggs at Mrs. Murphy's house. She's only been nice to you. You need to march yourself over there and make it right. พ่อไม่เข้าใจว่ามันจะสนุกตรงไหนที่ลูกเอาไข่ ไปปาใส่บ้านของคุณเมอร์ฟี่แบบนั้น เธอเป็นคนที่เอ็นดูลูกมาเสมอๆ ลูกควรจะเดินตรงเข้าไปหาเธอและทำในสิ่งที่ถูกที่ควร 

You're right, Dad. Not only will I help her clean up the mess, I'll offer to cut her lawn for free for the rest of the summer. พ่อพูดถูกต้อง ลูกจะช่วยเธอทำความสะอาด และอาสาช่วยเธอตัดหญ้าฟรีโดยตลอดช่วงปิดเทอมนี้
As I said, though, that's only one way to distinguish the two phrases. A math teacher might tell her students:อีกตัวอย่างที่สามารถแสดงให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ยกตัวอย่าง ครูสอนคณิตศาสตร์ กับ นักเรียน 
Be careful when you do your arithmetic. Make sure you get it right. ครูจะสอนว่า เมื่อตอนที่ครูให้การบ้านวิชาเลข ขอให้ทำให้ถูกต้องตามกฏ และหลักของวิชาเลขนะ 
But then, if the students turn in answers with a lot of mistakes: แต่เมื่อนักเรียนเอาการบ้านมาส่ง ทำผิดหลายข้อเลย ครูก็จะบอกว่า เอากลับไปแก้ไขใหม่ และทำให้มันถูกต้องซะ Make it right.
I want every student to correct their assignments. Any place where I've marked a problem wrong, you need to make it right.
Essentially, make it right refers to fixing something your got wrong, whereas get it right is an exhortation to not get it wrong in the first place.
ข้อแตกต่างสำคัญ คือว่า Make it right อ้างถึงการแก้ไขบางอย่างที่ผิดให้ถูก ขณะที่ Get it right ใช้ในการบอกว่าอย่าทำผิดตั้งแต่แรก 


เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Make it right นิยมใช้กับ contexts ที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรม Moral ของคน เช่น ลูกโกรธพ่อแม่แล้วพูดจาไม่ดี หรือด่าพ่อแม่ด้วยคำไม่สุภาพ หยาบคายแบบนี้ พอสำนึกได้ รู้สึกผิด หรือมีครู หรือเพื่อนๆ มาปลอดมาแนะนำ ว่า ให้สงบจิตใจ นึกถึงบุญคุณของพ่อกับแม่ให้มาก ๆ อาจจะแนะนำ หรือขอร้อง ให้ลูกกลับบ้านไป แล้วไปสารภาพผิด ไปพูดขอโทษพ่อกับแม่ และสัญญาว่าจะไม่ทำอีก แบบนี้ เป็นต้น ก็เรียกว่า Make it Right ครับ 
ดังนั้นวลี Make it right เราก็ควรจะใช้ขอร้องหรือพูดจาโน้มนาว คนที่ทำผิด โดยตั้งใจ หรือไม่เจตนาอะไรก็แล้วแต่ ให้รู้สึกสำนึกผิด และทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ต่อไป 
Credit : http://ell.stackexchange.com/questions/16874/whats-the-differences-between-get-it-right-and-make-it-right


พื้นฐานบัญชีใน 10 นาที

เรียนบัญชีใน 10 นาที

ความเป็นมา สนใจจะเรียนด้านบัญชี เพราะจะต้องเขียนโปรแกรมเกี่ยวกับระบบบัญชี แต่ไม่ได้จบมาด้านบัญชี หรือการเงินเลย แต่เชื่อว่า ศึกษาและหาความรู้ได้ หาแบบภาษาไทย ไปก็ดูจะเยอะแล้ว และน่าจะยาวๆ ไม่ค่อยจะ bias เลยนะเรานี้ หาจาก Inter ละกัน ข้อมูลน่าจะเยอะกว่า และดูน่าจะมีมิติ หรือสรุปให้เข้าใจได้ง่ายกว่า เหมาะสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาแบบผมครับ
บัญชี ภาษาอังกฤษคือ Accounting ครับ
นิยามมาก่อนเลย บัญชีไม่มีอะไรไปมากกว่า การบริหารหนี้และมูลค่าสินทรัพย์ที่เรามีอยู่ก็เท่านั้นเอง จบไหม? That is.
หนี้มีค่าเท่ากับเครดิต
เช่น มีหนี้สินมูลค่า 1000 บาท ก็แปลว่า คุณจะต้องมีเครดิต เท่ากับ 1000 บาท เช่นกัน
ไม่เข้าใจใช่ไหม Me too
มีเพียง 2 หมวดเท่านั้นของรายการหนี้ คือ สินทรัพย์ และ ค่าใช้จ่าย
มีเพียง 3 หมวดเท่านั้นของเครดิต คือ Liabilities, Equity ,และ Revenues
แปลออก ตัวสุดท้ายคือ revenues รายได้ ส่วน 2 ตัวแรก แปลไม่ออก เดาไปก่อนตามหลักการ หมายถึง bla ๆๆๆๆๆ
Google translate help me!
ส่วนประกอบของงบดุลนั้นแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ
1.      ทรัพย์สิน (Asset) หมายถึง มูลค่าของทรัพยากรทั้งหมดที่บริษัทมีอยู่
2.      หนี้สิน (Liability) หมายถึง มูลค่าที่บริษัทเป็นหนี้ และต้องนำไปคืนเจ้าหนี้ (creditor)
3.      ส่วนของเจ้าของ (Owners’ / Stockholders’ Equity) หมายถึง มูลค่าส่วนที่เป็นสิทธิ์ของเจ้าของ (ผู้ถือหุ้น)
ที่นี่เมื่อรู้นิยามแล้วความสัมพันธ์อันสุดยอดของ 3 ตัวนี้ก็คือ
ทรัพย์สิน (Asset) = หนี้สิน (Liabilities) + ส่วนของเจ้าของ (Equity)
แวบเอาข้อมูลจากเวบไทยมาแปะให้นิดหนึ่ง ต่อภาค Inter ดีกว่าครับ
รายได้ คือสิ่งที่เราได้รับเข้ามา  ซึ่งตรงข้ามกับ รายจ่าย คือสิ่งที่เราต้องจ่ายออกไปทุกบิล ทุกรายการ
บัญชี Account หมายถึง รายการตัวเลขและคำอธิบาย  เช่น แพตตี้ 001 เงินสด เป็นต้น
ทุกๆ บัญชี จะแตกออกเป็น 1 ใน 5 หมวด ดังนี้
1 รายชื่อของทุกบัญชี เรียกว่า แผนผังบัญชี
จากนั้นนึกภาพใหญ่ ว่าทุกบัญชี ก็จะมีรายการต่างๆ ทางบัญชี และจบด้วยยอดดุลปัจจุบัน
งงลิซิ ไม่ได้เรียนมา แปลตามตัวก็แบบนี้แหละ Keep going อย่ายอมแพ้ ดันทุรังต่อ เพื่อเจอทางออก
ยกตัวอย่างสมุดเงินฝาก ยกมาทำไม ?
0110 เงินสด                          0.00
ฝาก                                        10.00
ถอน                                        -5.00
ฝาก                                        20.00
คงเหลือ                                  25.00
มาถึงตอนนี้ ตอนที่คุณมี รายการบัญชี แสดงแบบนี้ แบบที่ยกตัวอย่างและ จบลงด้วยสมุดเล่มใหญ่ Big book คืออะไรนะ จะสื่ออะไร ?????????
ไม่ว่าจะเป็นแบบเล่มบัญชี หรือแบบ อิเล็กทรอนิกส์ สมุดแบบนี้ก็จะเรียกว่า General Ledger คืออะไรดีละ แปป

สมุดบัญชีแยกประเภท (Ledger) แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

          1. สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป (General Ledger)  เป็นสมุดที่รวบรวมหรือคุมยอดของบัญชีแยกประเภททุกบัญชี ซึ่งใช้บันทึก การเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของเจ้าของ (ทุน) ต่อจากการบันทึกลงในสมุดรายวันทั่วไป ได้แก่ บัญชีแยกประเภท สินทรัพย์ เช่น บัญชีเงินสด  บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีลูกหนี้ บัญชีสินค้า บัญชีวัสดุสำนักงาน บัญชีอาคาร เป็นต้น  บัญชีแยก ประเภทหนี้สิน เช่น บัญชีเจ้าหนี้การค้า บัญชีเงินกู้ บัญชีเจ้าหนี้อื่น ๆ เป็นต้น  บัญชีแยกประเภทส่วนของเจ้าของ เช่น บัญชีทุน บัญชีรายได้  (Income)  บัญชีค่าใช้จ่าย (expense) และบัญชีถอนใช้ส่วนตัว
          2.  สมุดบัญชีแยกประเภทย่อย (Subsidiary Ledger) เป็นที่รวบรวมของบัญชีแยกประเภทย่อยของบัญชีคุมยอด (Controlling Accounts) ในสมุดแยกประเภททั่วไป เช่น สมุดบัญชีแยกประเภทลูกหนี้รายตัว บัญชีเจ้าหนี้รายตัว ซึ่งยอดรวมของบัญชีแยกประเภท รายตัวทั้งหมดจะเท่ากับยอดรวมในสมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป

          รูปแบบของบัญชีแยกประเภท ที่นิยมใช้กันทั่วไปมี 2 แบบ

           1.  แบบบัญชีแยกประเภททั่วไป (แบบมาตรฐาน) มีลักษณะคล้ายตัวอักษรภาษาอังกฤษ คือตัว T ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ด้าน ทางด้านซ้ายมือคือด้านลูกหนี้หรือเดบิต (Debit)  ทางด้านขวามือคือด้านเจ้าหนี้หรือด้านเครดิต (Credit)
2.  แบบบัญชีแยกประเภทย่อย (แบบแสดงยอดดุล) มีลักษณะคล้ายกับรูปแบบของสมุดรายวันทั่วไป แต่มีช่องยอดคงเหลือ เพิ่มขึ้นมา เพื่อแสดงรายการคงเหลือทุกครั้งที่มีการบันทึกรายการและเมื่อต้องการทราบยอดคงเหลือ

ต่อภาค Inter
ถึงตอนนี้ สมมุตว่า คุณจะต้องการดู รายการ สมุดบัญชีแยกประเภททั่วไป (General Ledger)  โดยไม่ต้องมีรายละเอียดที่ไม่จำเป็น ????
คุณต้องการเฉพาะ เลขบัญชี รายการ และยอดคงเหลือ
สั้นๆ กระชับ แบบนี้ ภาษาบัญชีเขาเรียนว่า Trial Balance มาอีกตัวแล้ว แง๊วๆๆๆๆ คืออะไรดีหว้า ?
Credit: http://www.pw.ac.th/emedia/media/tech/accounting1/lesson6.php
งบทดลอง (Trial Balance) คือ งบที่ทำขึ้นเพื่อพิสูจน์ความถูกต้องของการบันทึกบัญชี แต่การบันทึกรายการค้าในสมุดรายวัน ทั่วไป การผ่านรายการ จากสมุดรายวันทั่วไป ไปบัญชีแยกประเภท และการหายอดคงเหลือด้วยดินสอ  จากรายการค้าทุกรายการ  ผลรวมด้านเดบิต ของทุกบัญชี ควรจะต้องเท่ากับผลรวมด้านเครดิตของทุกๆบัญชี   หลังจากจากผ่านรายการจากสมุดรายวันทั่วไป ไปยังบัญชีแยกประเภทแล้ว ขั้นต่อไปคือการหายอดคงเหลือของบัญชีแยกประเภทโดยทั่วไปนิยม หาด้วยดินสอ  (Pencil Footing)  เพื่อป้องกันการผิดพลาดและหากต้องการแก้ไขก็จะทำได้โดยสะดวก
การหายอดคงเหลือ
           1.  หายอดรวมทางด้านเดบิตและเครดิตของบัญชีทุกบัญชีในแยกประเภท
           2.  นำยอดรวมทั้งสองด้านมาลบเพื่อหายอดคงเหลือ
           3.  นำผลลัพธ์ที่ได้ไปเขียนไว้ทางด้านที่เหลืออยู่คือด้านที่มากกว่า

แปะไว้ก่อน แล้วค่อยมาต่อวันหลัง
เรียนบัญชี ก็ไม่ง่ายนะเนี่ย แถมไม่สนุกอีกด้วย ไปเล่นกีฬาก่อนดีกว่า